อยากเป็นเศรษฐีตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ควรสร้างนิสัยอย่างไร และหาเงินอย่างไร

8 ก.ย.

อยากเป็นเศรษฐีตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ควรสร้างนิสัยอย่างไร และหาเงินอย่างไร

money

เรามักจะเห็น เศรษฐี ทั้งหลายมีเงินมากมาย มีชีวิตที่ดี หลายคนร่ำรวยแม้อยู่ในวัยหนุ่มสาว จนบางครั้งแอบนึกอิจฉา ส่วนหนึ่งนั้นมาจากหน้าที่การงานที่พวกเขาทำ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือ “นิสัย” ของการทำงานและสำคัญคือความมุ่งมั่นในการที่จะเป็นเศรษฐี ก่อนอื่นเรามารู้นิสัยที่น่ารู้ จะก้าวสู่ความเป็นเศรษฐีกัน Read More

17 ส.ค.

การขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ(รถแท็กซี่) รถยนต์สามล้อสาธารณะ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ขอใหม่)

การขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ
1) ต้องได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
2) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 ดังนี้
(1) ต้องมีอายุไม่ต้ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะและใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(2) มีความรู้ความสามารถในการขับรถ
(3) มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
(4) ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
(5) ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
(6) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
(7) ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
(8) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่
3) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
(ก) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย
(ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
(จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่น
4) มีสัญชาติไทย
5) รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบขับขี่พอสมควร
6) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
7) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
8) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวงกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ในกรณีที่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8) ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า
(ก) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน
(ข) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิด หรือ
(ค) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดงหลักฐานว่าคนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำ 8) มาใช้บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ

หลักฐานประกอบคำขอ
1) ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบแทนใบขับขี่รถดังกล่าว พร้อมด้วยสำเนา แล้วแต่กรณี
2) บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนา
3) สำเนาทะเบียนบ้าน
4) ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถและไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่เฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน
5) หลักฐานการรับรองซึ่งแสดงว่าผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจากกรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรองตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ถ้ามี)

ขั้นตอนการดำเนินการ
1) ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ
2) ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ
ทดสอบสายตาทางลึก
ทดสอบสายตาทางกว้าง
ทดสอบปฎิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรคเท้า)
3) อบรม 5 ชั่วโมง สำหรับรถยนต์สาธารณะ และรถยนต์สามล้อสาธารณะ และอบรม 3 ชั่วโมง สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
4) การทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน)
5) ชำระค่าธรรมเนียม / ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ / จ่ายใบขับขี่

หมายเหตุ
กรณีใบอนุญาตชนิดชั่วคราว หรือชนิดส่วนบุคคล ที่นำมายื่นสิ้นอายุเกิน 3 ปี เพิ่มชั้นตอนการสอบขับรถ

ที่มา กรมการขนส่งทางบก

5 ส.ค.

ทำอย่างไรเมื่อต้องการประกันตัว

การขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล
1.การขอประกันตัวคืออะไร?
                การขอประกันตัว     คือ     การขออนุญาตให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพ้นจากการควบคุมของเจ้าพนักงานหรือศาลตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือขังเป็นเวลานานเกินกว่าความจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี เพราะหากไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมก็ควรที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวไป  อันเป็นการปฏิบัติตามหลักการของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้

2.การขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลจะทำได้ในชั้นใดบ้าง?
                 การขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลจะทำได้ดังนี้.-
2.1 การขอประกันตัวระหว่างชั้นฝากขังทำได้เมื่อผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานอัยการนำตัวมาขออนุญาตศาลฝากขังระหว่างที่ยังสอบสวนไม่เสร็จ  ผู้ต้องหามีสิทธิยื่นขอประกันตัวต่อศาล
                2.2 การขอประกันตัวชั้นพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นทำได้เมื่อผู้ต้องหาถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแล้วก็จะเปลี่ยนฐานะจากผู้ต้องหาเป็นจำเลย  จำเลยมีสิทธิขอประกันตัวต่อศาลได้  ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์  เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว  จำเลยจะยื่นขอประกันตัวก่อนวันนัดหรือในวันนัดที่ระบุในหมายเรียกให้มาแก้คดีก็ได้
                2.3 การขอประกันตัวชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา  เมื่อมีกรณีที่จำเลยถูกขังหรือจำคุก  โดยผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้น  ศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค  จำเลยอาจยื่นขอประกันตัวก่อนที่จะยื่นอุทธรณ์ หรือยื่นฎีกา หรือจะยื่นขอประกันตัวพร้อมกันหรือาหลังจากยื่นอุทธรณ์ หรือยื่นฎีกาก็ได้  การขอประกันตัวดังกล่าวให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น  ที่พิพากษาคดี  หรืออาจยื่นต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค หรือศาลฎีกา  แล้วแต่กรณี
                ทั้งนี้  การประกันตัวในชั้นใดก็จะใช้ได้ในชั้นนั้น  เมื่อชั้นของการของประกันตัวเปลี่ยนไปก็ต้องยื่นขอประกันตัวใหม่
3.การขอประกันตัวเป็นเรื่องยุ่งยากหรือไม่?
                คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าการติดต่อขอประกันตัวเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนจนต้องอาศัยนายประกันอาชีพช่วยจัดการให้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงและอาจถูกหลอกลวงได้  ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ไว้ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ให้คำแนะนำในขั้นตอนการขอประกันและแนะนำวิธีการเขียนคำร้องขอประกันตัว  ผู้ขอประกันตัวตอิดต่อขอคำแนะนำและทำคำขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยด้วยตนเองได้ทุกขั้นตอน  ทั้งนี้  เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จะแนะนำวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
4.ใครบ้างมีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัว?
                4.1 ผู้ต้องหาหรือจำเลย
                4.2 ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง  เช่น บุพการี  ผู้สืบสันดาน  สามี  ภริยา  ญาติพี่น้อง  ผู้บังคับบัญชา  นายจ้าง  บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส  บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพี่น้องหรือมีความสัมพันธ์ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้ หรือนิติบุคคล (เช่น  บริษัท  ห้างหุ้นส่วนจำกัด)  สำหรับกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นกรรมการ  ผู้แทน  ตัวแทน  หุ้นส่วน  พนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลนั้น
5.การปล่อยชั่วคราวมีกี่ประเภท?
                การที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวหรืออนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแบ่งได้เป็น 3 ประเภทา ได้แก่          
                5.1 การปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน คือ  การปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องทำสัญญาประกันและไม่ต้องมีหลักประกันแต่อย่างใด  เพียงแต่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียกเท่านั้น
                5.2 การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน คือ การปล่อยตัวชั่วคราวโดยผู้ขอประกัน  ต้องทำสัญญาประกันต่อศาลว่าจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของศาลซึ่งให้ปล่อยชั่วคราว  ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มาตามกำหนด  ผู้ขอประกันจะถูกปรับตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน  ตลอดจนอาจมัการกำหนดเงื่อนไขในสัญญาประกันนั้น
                5.3 การปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน คือ การปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีสัญญาว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยจะมาตามที่กำหนดในสัญญาหรือตามหมายเรียก  และมีการวางหลักประกันไว้เพื่อที่จะบังคับเอากับหลักประกันเมื่อมีการผิดสัญญา
6.การยื่นคำร้องขอประกันตัว  ผู้ขอประกันจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
                ในการติดต่อขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย  ผู้ขอประกันจะต้องยื่นคำร้องขอประกันตัว  พร้อมด้วยเอกสารและหลักประกันประกอบคำร้องดังกล่าว  โดยนำต้นฉบับเอกสารพร้อมสำเนามายื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง   และเสนอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งต่อไป  ซึ่งเอกสารในการประกอบคำร้องขอประกันตัวมีดังนี้.-
                6.1 บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ          
                6.2 ทะเบียนบ้าน
                6.3 กรณีผู้ขอประกันมีคู่สมรสจะต้องแสดงเอกสารเพิ่มเติม  ได้แก่
                      6.3.1 บัตรประกันตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรรัฐและทะเบียนบ้านของคู่สมรส
                      6.3.2 ใบสำคัญสมรส
                      6.3.3 หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส
                6.4 กรณีชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ไม่ตรงกับที่ปรากฎในหลักทรัพย์จะต้องแสดงเอกสารเพิ่มเติมได้แก่
                      6.4.1 หนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกัน  หรือ
                      6.4.2 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล
                      6.4.3 ใบสำคัญการสมรส
                6.5 กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นชาวต่างประเทศ  หากมีหนังสือเดินทาง (Passport)  ต้องนำมาแสดงด้วย
                หากเอกสารที่ต้องนำมาในวันยื่นคำร้องขอประกันตัวไม่ครบถ้วน  ผู้ขอประกันอาจขอผัดผ่อนต่อศาลเพื่อพิจารณาอนุญาตให้นำมาส่งในภายหลังได้
7.หลักประกันใดบ้างที่สามารถใช้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้?
                7.1 เงินสด
                7.2 หลักทรัพย์อื่น  เช่น
                      7.2.1 โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3)
                     7.2.2 พันธบัตรรัฐบาล  สลากออมสิน  บัตรหรือสลากออมทรัพย์ทวีสินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว  ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋ว  หรือเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย (แคชเชียร์เช็ค) หรือเช็คที่ธนาคารรับรองแล้ว
                     7.2.3 สมุดเงินฝากประจำหรือใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
                     7.2.4 หนังสือค้ำประกันหรือหนังสือรับรองของธนาคาร
                     7.2.5 หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย
                     7.2.6 ในบางกรณีอาจใช้หลักประกันต่อไปนี้ได้
                                (1) ทะเบียนรถยนต์หรือทะเบียนรถจักรยานยนต์
                                (2) ภ.บ.ท.5  ส.ค.1  น.ส.2  หรือ สปก.
                                (3) บ้านพักอาศัย
                                (4) หลักทรัพย์ที่ติดจำนองหรือมีภาระติดพัน
                7.3 บุคคลเป็นหลักประกันโดยแสดงหลักทรัพย์          
                7.4 ส่วนราชการ  ตามระเบียบกระทรวงการคลัง   ว่าด้วยการช่วยเหลือข้าราชการหรือลูกจ้างของทางราชการที่ต้องหาคดีอาญา
                7.5 เป็นข้าราชการ  พนักงานรัฐวิสาหกิจ  ข้าราชการการเมืองหรือนายความ  (ใช้ตำแหน่งเป็นหลักประกัน  เฉพาะตนเองหรือญาติใกล้ชิด) โดยสามรรถทำสัญญาประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 10 เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
                7.6 ผู้ประกอบวิชาชีพ  เช่น  แพทย์  เภสัชกร  พยาบาล  วิศวกร  สถาปนิก  ผู้สอบบัญชี  ครู  ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชนฯ  เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย  อาจใช้ตนเองเป็นหลักประกันได้  สำหรับกรณีความผิดที่ถูกกล่าวหาเกิดจาการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติงานในการประกอบวิชาชีพ  โดยสามารถทำสัญญาประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 15 เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
8.วิธีนำหลักประกันมาใช้ในการขอประกันตัว  ผู้ขอประกันจะต้องทำอย่างไร?
                8.1 กรณีใช้โฉนดที่ดิน  น.ส.3  หรือ น.ส.3 ก.  ต้องมีหนังสือรับรองประเมินราคาที่ดินจากสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือจากที่ว่าการอำเภอในเขตที่ที่ดินตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี  ซึ่งออกให้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน  รับรองโดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนหรือผู้ทำการแทน  กรณีรับรองโดยสำนักงานที่ดินอำเภอ  ผู้รับรองราคาประเมินจะต้องเป็นนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้ทำการแทนหรือเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอ
                8.2 กรณีใช้สมุดเงินฝากธนาคารต้องมีหนังสือรับรองยอดเงินฝากคงเหลือปัจจุบันจากสาขาธนาคารที่เปิดบัญชี  พร้อมระบุข้อความว่าธนาคารจะไม่ให้ถอนเงินจำนวนดังกล่าวไปจนกว่าจะได้รับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากศาลก่อน
                8.3 กรณีใช้บุคคลตามข้อ 7.5  เป็นหลักประกัน  ต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัดแสดงสถานะ  ตำแหน่ง  ระดับอัตราเงินเดือน  และควรระบุให้ชัดเจนว่าจะนำไปประกันใคร  หากมีภาระผูกพันในการทำสัญญาประกันหรือใช้ตนเองเป็นหลักประกันผู้อื่นไว้ก็ให้แสดงภาระผูกพันนั้นด้วย
                8.4 กรณีใช้ทะเบียนรถยนต์หรือทะเบียนรถจักรยานยนต์ผู้ประกันต้องนำรถมาให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศาลตรวจดูสภาพและประเมินราคา
                8.5 กรณีใช้ที่ดิน  ภบท.5  ส.ค.1  น.ส.2  หรือ สปก. ผู้ประกันต้องมีหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินจากธนาคาร  เช่น  ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
                8.6 กรณีใช้บ้านพักอาศัย  ผู้ประกันควรต้องมีภาพถ่ายบ้านและให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านมีหนังสือรับรองการประเมินราคาให้
                8.7 กรณีใช้หลักทรัพย์ที่ติดจำนองหรือมีภาระติดพันผู้ขอประกันต้องแสดงได้ว่าราคาทรัพย์ส่วนที่เกินจากจำนองหรือจากภาระติดพันมีจำนวนเพียงพอต่อการใช้เป็นหลักประกัน
                8.8 กรณีบิดามารดาเป็นผู้ขอประกันบุตร  ศาลอาจให้ประกันโดยไม่ต้องแสดงหลักทรัพย์  แต่ต้องมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นบุตร
                8.9 กรณีใช้หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัยเป็นหลักประกันภัยเป็นหลักประกันดูข้อ 9
หมายเหตุ  :  กรณีหลักทรัพย์ที่นำมาในวันยื่นของประกันตัวมีราคาไม่เพียงพอตามที่ศาลกำหนดวงเงินประกัน  ศาลอาจอนุญาตให้ผู้ขอประกันขอผัดผ่อนนำหลักทรัพย์มาเพิ่มเติมให้ครบในภายหลังได้
                ทั้งนี้  ในกรณีที่เจ้าของหลักทรัพย์มอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นคำร้องขอประกันตัวจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ  ณ  ที่ว่าการอำเภอที่มีภูมิลำเนาหรือหลักทรัพย์ตั้งอยู่โดยให้นายอำเภอ หรือผู้รักษาราชการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราประจำตำแหน่งรับรองการมอบอำนาจ  หรือทำหนังสือมอบอำนาจต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาล  พร้อมทั้งนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐและนำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนายและผู้รับมอบอำนาจมาด้วยบางศาลอาจอนุญาตเฉพาะนำหลักทรัพย์มาประกันญาติที่พน้องเพื่อป้องกันการหลอกลวงเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาหาผลประโยชน์จากการประกันผู้ต้องหาหรือจำเลย
9.การประกันตัวโดยใช้หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัยกรณีการประกันภัยอิสรภาพคืออะไร?
                การประกันภัยอิสรภาพเป็นการประกันภัยที่บริษัทประกันภัยจะออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้เอาประกันเพื่อใช้หนังสือรับรองดังกล่าวมาวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัว  ซึ่งมี 2 แบบ คือ
                แบบที่ 1  การทำประกันภัยอิสรภาพอ่กนมีการกระทำความผิด
                                เป็นกรณีที่บุคคลทั่วไปประสงค์จะมีหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวไว้ล่วงหน้า  เนื่องจากตนเองมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะกระทำความผิดทางอาญาโดยประมาท  เช่น  ผู้ขับขี่รถ  แพทย์  ผู้รับจ้างงานก่อสร้าง  หากในระหว่างระยะเวลาคุ่มครองเกิดเหตุกระทำความผิดขึ้น  ซึ่งอาจจะต้องถูกควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดี  บุคคลดังกล่าวสามารถใช้หนังสือรับรองเป็นหลักทรัพย์วางต่อศาลเพื่อขอประกันตัวตนเองได้
                แบบที่ 2 การทำประกันภัยอิสรภาพหลังมีการกระทำความผิด
                                เป็นกรณีที่บุคคลตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาแล้วและจะถูกควบคุมตัวหรือถูกควบคุมตัวแล้ว  ประสงค์จะหาหลักทรัพย์เพื่อนำไปขอประกันตัวตนเอง  บุคคลดังกล่าวหรือเพื่อนหรือญาติสามารถมาติดต่อขอซื้อประกันภัยอิสรภาพกับบริษัทประกันภัยได้ โดยบริษัทจะออกกรมธรรม์และหนังสือรับรองให้ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย  บุคคลดังกล่าวสามารถนำหนังสือรับรองนั้นไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวต่อศาลได้
ข้อสังเกต  : การทำประกันภัยอิสรภาพหลังมีการกระทำผิดโดยปกติสามารถขอทำประกันได้ทุกข้อหาความผิด  ยกเว้นความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ             นอกจากการประกันภัยอิสรภาพดังกล่าวแล้วยังมีการประกันอีกแบบหนึ่งเรียกว่าการประกันภัยการประกันตัวผู้ขับขี่รถยนต์  ซึ่งบริษัทประกันภัยได้ขายเป็นแบบความคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  ซึ่งสามารถใช้หนังสือรับรองเป็นหลักทรัพย์ในการขอประกันตัวผู้ขับขี่รถยนต์ได้เช่นกัน
                9.1 จะนำหนังสือรับรองไปใช้อย่างไร?
                เมื่อได้รับหนังสือรับรองแล้ว  ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบ  ชื่อ  นามสกุล  ฐานความผิด  วงเงินประกัน  และรายละเอียดอื่นๆ ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  และนำหนังสือรับรองของบริษัทประกันภัยไปเป็นหลักทรัพย์ในการขอประกัน  เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแล้วจะต้องแจ้งวงเงินประกันให้บริษัททราบโดยเร็ว
                9.2 ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิได้รับคืนเบี้ยประกันในกรณีใดบ้าง?
                บริษัทประกันจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยในกรณีดังนี้.-
                     9.2.1 กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพก่อนกระทำความผิด  คืนเบี้ยประกันภัยกรณีเดียว คือ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต  และในระยะระหว่างเอาประกันภัยไม่มีการเรียกร้องให้ประกันตัว
                     ซึ่งถ้าผู้เอาประกันภัยใช้หนังสือรับรองเพื่อประกันตัวไปแล้ว  แต่ยังไม่เต็มวงเงินที่ระบุไว้หน้าตารางกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยสามารถขอหนังสือรับรองฉบับใหม่ตามวงเงินส่วนที่เหลือโดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังบริษัทประกันภัยได้
                     9.2.2 กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพหลังกระทำความผิด  คืนเบี้ยประกันภัย 5 กรณี  ดังนี้.-
                                                ก. หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว บริษัทประกันภัยคจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไว้ 500 บาท  ในกรณีไม่แน่ใจว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่  ผู้ขอประกันควรยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งก่อน   เมื่อศาลมีคำสั่งอนญาตให้ประกันตัวแล้วจึงไปติดต่อขอซื้อประกันภัยอิสรภาพ                  
                                                ข. หากศาลอนุญาตให้ประกันตัว  แต่ภายหลังในระหว่างระยะเวลาประกันภัย  ศาลได้มีคำสั่งให้ถอนหรือยกเลิกการให้ประกันตัวหรือผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์จะประกันตัวอีกต่อไป  บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันภัย
                                                ค. หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต  ในระหว่างระยะเวลาประกันภัยโดยมิได้มีการผิดสัญญาประกันตัวบริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยกึ่งหนึ่งให้กับทายาทของผู้เอาประกันภัย
                                                ง. หากผู้เอาประกันภัยไม่ผิดสัญญาประกันตัวจนสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย  บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันภัย
                                                จ. หากกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ใช้หนังสือรับรองเพื่อประกันตัวไปแล้ว แต่ยังไม่เต็มวงเงินที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์  บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยส่วนที่เกินจำนวนเงินที่จะต้องรับผิดตามสัญญาประกันตัวให้
10.กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเคยขอประกันตัวไว้แล้ว หากต้องการขอให้ประกันตัวต่อไปจะใช้หลักทรัพย์เดิมได้หรือไม่?
                10.1 กรณีใช้เงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นเป็นหลักประกัน
                ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เคยขอประกันตัวไว้ต่อสถานพินิจฯ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการและยังไม่ได้รับหลักทรัพย์คืน หากประสงค์จะขอประกันตัวต่อไป  สามารถยื่นคำร้องต่อศาล  ขอให้ถือเอาเงินสดหรือหลักทรัพย์นั้นเป็นหลักประกันต่อไปได้
                สำหรับในกรณีใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกันชั้นสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  หากต้องการใช้หลักทรัพย์ดั้งกล่าวเป็นหลักประกันในชั้นศาลเยาวชนและครอบครัวต่อไปมีขั้นตอน ดังนี้.-
                (1) ผู้ขอประกันยื่นสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ได้รับในวันประกันตัวชั้นสถานพินิจฯ  พร้อมคำร้องของประกันตัวต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
(2) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์แจ้งสถานพินิจฯ และส่งสำเนาใบเสร็จรับเงินให้สถานพินิจฯ ทางโทรสาร
                (3) สถานพินิจฯ  เมื่อได้รับเรื่องแล้ว จะส่งเอกสารที่ต้องยื่นประกอบคำร้องขอประกันตัวชั้นศาลให้แก่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทางโทรสาร ได้แก่
                                (3.1) หนังสือรับรองหลักทรัพย์การประกันตัวเด็กและเยาวชนจากสถานพินิจ
                                (3.2) หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดิน(กรณีหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินฯ)
                                (3.3) หนังสือรับรองยอดเงินฝากจากธนาคาร (กรณีหลักทรัพย์เป็นสมุดเงินฝากที่ดินฯ)
                                (3.4) หนังสือยินยอมคู่สมรส
                                (3.5) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
                                (3.6) อื่นๆ
                (4) เมื่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ได้รับเอกสารตาม(3) ทางโทรสารแล้วจะนำเอกสารดังกล่าวพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทั้งของผู้ขอประกันและจำเลย  กับสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอประกัน  เสนอศาลพิจารณาพร้อมคำร้องขอประกันตัว
                10.2 กรณีใช้บุคคลเป็นหลักประกัน
                บุคคลที่เป็นหลักประกันอาจร้องขอให้ศาลอาจถือเอาบุคคลนั้นเป็นหลักประกันในการประกันต่อไปได้
11.จะยื่นขอประกันตัวต่อศาลได้เมื่อใด?
                11.1 เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาและพนักงานสอบสวนนำตวมาผัดฟ้องหรือฝากขังต่อศาล
                11.2 เมื่อตกเป็นจำเลย
                       11.2.1 โดยพนักงานอัยการนำตัวไปฟ้องศาล      
                       11.2.2 ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์  ศาลไต่ส่วนมูลฟ้องแล้บคดีมีมูล  ศาลออกหมายเรียกจำเลยไปสอบคำให้การแก้คดี
                11.3 เมื่อถูกขังตามหมายศาล  เช่น  ศาลออกหมายจับพยานที่ไม่มาศาล  หรือจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือกักขัง  และคดียังอุทธรณ์ฎีกาได้
                11.4 เมื่อถูกจำคุกตามคำพิพากษาในกรณีละเมิดอำนาจศาล
                ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิขอประกันตัวได้ในคดีอาญาทุกประเภท ตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาล
12.อยากทราบว่าคดีที่ถูกฟ้องต้องใช้วงเงินประกันเท่าไร?
                สามารถขอตรวจสอบวงเงินประกันในการให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  หรือเว็บไชด์ของศาล
13.วิธีปฏิบัติในการขอประกันตัวต้องทำอย่างไร?
                วิธีปฏิบัติในการขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย  มีดังนี้.-
                13.1 ขอแบบพิมพ์คำร้องขอประกันตัวได้จากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
                13.2 เขียนคำร้องขอประกันตัวได้เองโดยขอคำแนะนำได้จากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หากผู้ ขอประกันเขียนหนังสือไม่ได้จากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์  จะบริการเขียนให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
                13.3 ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยลงชื่อขอประกันตัวในคำร้องขอประกันตัว  เว้นแต่ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ที่ศาล
                13.4 ผู้ขอประกันยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมหลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
                13.5 เมื่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ได้ตรวจคำร้องพร้อมหลักฐานเรียบร้อยแล้วและลงบัญชีรับเรื่องไว้เป็นหลักฐานจะนำเสนอคำร้องต่อผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาสั่งคำร้อง  เมื่อผู้พิพากษาสั่งคำร้องแล้วจตะส่งคำร้องขอประกันตัวคืนไปยังเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
                13.6 เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จะแจ้งคำสั่งศาลให้ผู้ขอประกันทราบ
                13.7 เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ถ้าจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศาลและยังไม่มีการออกหมายควบคุมไว้ก็จะนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยออกจากห้องควบคุมในศาลได้เลย  แต่ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมตามหมายศาล เจ้าหน้าที่ก็จะนำหมายปล่อยไปปล่อย  ณ ที่ถูกคุมขัง
                13.8 ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะถูกปล่อยตัวในวันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว
                13.9 หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว  ผู้ขอประกันตัวขอรับหลักทรัพย์คืนได้จากเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
                13.10 การขอประกันตัวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกาใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว  แต่ศาลอาจใช้ดุลยพินิจเพิ่มหลักประกันจากที่ใช้ในศาลชั้นต้นได้
14.จะยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ที่ไหน?
                14.1 ให้ยื่นคำร้องขอประกันที่งานประชาสัมพันธ์และบริการประชาชนของศาลชั้นต้นที่พิจารณาพิพากษาคดีนั้น  ยกเว้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้ยื่นที่ส่วนงานประชาสัมพันธ์และบริการประชาชนของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสำหรับคดีทีเกิดในเขตกรุงเทพมหานคร  นครปฐม  นนทบุรี  ปทุมธานี  สมุทธปราการ สมุทรสาคร  นอกจากนี้ให้ยื่นที่งานประชาสัมพันธ์ของศาลจังหวัดนั้น
                14.2 ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคให้ยื่นที่กลุ่มงานคดี(รับฟ้อง)
                14.3 ศาลฎีกาให้ยื่นที่ส่วนคดี
15.ศาลใช้หลักเกณฑ์อะไรในการวินิจฉัยสั่งคำร้องขอประกันตัว?
                ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ได้บัญญัติให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ต่างๆ  ดังนี้.-
                (1) ความหนักเบาแห่งข้อหา
                (2) พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด
                (3) พฤติการณ์แห่งคดีเป็นอย่างไร
                (4) เชื่อถือผู้ขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด
                (5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่            
                (6) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจาการอนุญาตให้ประกันตัวมีเพียงใดหรือไม่
                (7) คำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการโจทก์หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี
                (8) ข้อเท็จจริงหรือรายงานหรือความเห็นของเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการนั้น
                ในกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเด็กหรือเยาวชนศาลจะพิจารณาความประพฤติ  ภูมิหลัง  สิ่งแวดล้อมและผู้ปกครองในการดูแลเด็กประกอบด้วย
                ในคดีที่เด็กและเยาวชนไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นสถานพินิจฯ ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจทบทวนคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวของผู้อำนวยการสถานพินิจฯ  คำสั่งศาลเช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด  แต่ไม่ตัดสิทธิในการยื่นประกันตัวใหม่
16.ศาลจะสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพราะเหตุใดบ้าง?
                สำหรับการสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้น  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 บัญญัติให้ศาลกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุอันสมควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้.-
                (1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
                (2) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
                (3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
                (4) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกัน ไม่น่าเชื่อถือ
                (5) การอนุญาตให้ประกันตัวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล
17.มีกรณีที่ศาลจะสั่งอนุญาติให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยไม่มีผู้ขอประกันได้หรือไม่?
                กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเด็กหรือเยาวชน  ศาลเยาวชนและครอบครัวและศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจสั่งปล่อยชั่วคราวตามที่ศาลเห็นสมควร  โดยไม่ต้องมีผู้ขอประกัน ซึ่งมีหลักเกณฑ์  ดังนี้.-
                1.เด็กหรือเยาวชนถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจฯ หรือสถานที่อื่นใดที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมตัวเด็กหรือเยาวชน
                2.ศาลเห็นสมควรมีคำสั่งปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชนชั่วคราวโดยไม่มีประกัน  หรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันก็ได้ หรือมอบตัวเด็กหรือเยาวชนแก่บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่หรือบุคคลหรือองค์กรที่ศาลเห็นสมควรก็ได้
                3.ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งมาอบเด็กหรือเยาวชนแก่บุคคลหรือองค์กรดังกล่าวให้ศาลเรียกผู้อำนวยการสถานพินิจฯ หรือผู้ปกครองสถานที่ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมเด็กหรือเยาวชนแล้วแต่กรณีมาสอบถามความเห็นก่อน
18.กรณีศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ผู้ขอประกันมีสิทธิ์ประการบ้าง?
     ผู้ของประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้  ดังนี้.-
                18.1 คำสั่งของศาลชั้นต้เนให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค แล้วแต่กรณี              
                18.2 คำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา
                คำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด ทั้งนี้  ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่
19.เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ผู้ขอประกันตัวจะดำเนินการอย่างไร?
                หากผู้ขอประกันไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาล  สามารถอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาติให้ประกันตัวนั้นได้ กล่าวคือ  เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างสอบสวนหรือไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นตามที่ผู้ต้องหา  จำเลย  หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องยื่นคำร้องขอประกันตัวไว้  ผู้ขอประกัน  มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวได้
20.การยื่นอุทธรณ์คำสั่งมีกำหนดเวลาหรือไม่?
                ตามปกติการอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นต้นจะต้องทำภายใน 1 เดือน แต่การอุทธรณ์กรณีศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราว  จะยื่นอุทธรณ์เมื่อใดก็ได้แม้เกิน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง (คำสั่งคำร้องศาลฏีกาที่ 617/2528)
21.ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งที่ศาลใด?
                ยื่นได้ที่ศาลชั้นต้ตที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือที่สาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค แล้วแต่กรณี
22.การอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคจะอ่านที่ศาลใด?
                เมื่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคทำคำสั่งเสร็จแล้วจะส่งคำสั่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยและผู้อุทธรณ์คำสั่งทราบโดยเร็ว
23.หากศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคยังยืนไม่อนุญาตให้ประกันตัวอีกจะทำอย่างไรต่อไปได้บ้าง?
                ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภารมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น  กล่าวคือ  เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวหรือจำเลยในระหว่างสอบสวนหรือในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคดังกล่าวนั้นเป็นที่สุด  ผู้ขอประกันไม่สามารถฏีกาโต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคดังกล่าวต่อไปยังศาลฏีกา  อย่างไรก็ตามผู้ขอประกันมีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัวได้อีกโดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศาลชั้นต้น
24.การขอประกันตัวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคทำอย่างไร?
                หลักจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ไม่ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษาลงโทรประหารชีวิต  จำคุก  กักขังหรือควบคุมตัวไว้เพื่อฝึกอบรมในสถานฝึกอบรม ยกฟ้องโจทก์แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์  หรือลงโทษปรับแต่จำเลยไม่ชำระค่าปรับจึงต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ  กรณีเหล่านี้ย่อมยื่นคำร้องของประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคได้
                24.1 ใครบ้างมีสิทธิยื่นคำร้องของประกันตัวชั้นอุทธรณ์?
                ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัวชั้นอุทธรณ์ คือ บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำร้องประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเอง  ซึ่งได้แก่
                       24.1.1 จำเลย
                       24.1.2 ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บุพการี ผู้สืบสันดาน  สามี ภริยา  ญาติพี่นต้อง  ผู้บังคับบังชา  นายจ้าง  บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส  บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติที่นอ้งหรือมีความสัมพันธ์ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้ หรือนิติบุคคล เช่น บริษัท  ห้างหุ้นส่วนจำกัด) สำหรับกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นกรรมการ  ผู้แทน  ตัวแทน  หุ้นส่วน  พนักงาน หรือลูกจ้างของนิติบุคคลนั้น
                24.2 ยื่นคำร้องขอประกันตัวชั้นอุทธรณ์ที่ศาลใด?
                       24.2.1 ในกรณีที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาแล้ว แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ หรือมีการยื่นอุทธรณ์แล้วแต่ยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคก็ตาม  ให้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้น  ในกรณีนี้หากศาลชั้นต้นเห็นสมควรอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์  ศาลชั้นต้น มีอำนาจมีอำนาจสั่งอนุญาตได้เลย  แต่ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ ปกติศาลชั้นต้นจะรีบส่งคำร้องพร้อมสำนวนคดีไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคทางโทรสารเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป  ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่อนุญาตเสียเองไม่ได้ ถ้าศาลชั้นต้นเผลอสั่งไม่อนุญาต  ผู้มีสิทธิเผลอสั่งไม่อนุญาต ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอย่อมอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้องได้
                       24.2.2 หากศาลชั้นต้นส่งสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคแล้ว จะยื่นที่ศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดรนั้น หรือจะยื่นโดยตรงที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคก็ได้  ในกรณีที่ยื่นที่ศาลชั้นต้น  ศาลชั้นต้นจะรีบส่งคำร้องไปยังศลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป
                24.3 ยื่นได้ตั้งแต่เมื่อใดและยื่นได้กี่ครั้ง?
                ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องาขอประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคจะยื่นเมื่อใดก็ได้  ตราบใดที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคยังไม่มีคำพิพากษา  และกี่ครั้งก็ได้ตราบใดที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคยังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคแต่การยื่นครั้งใหม่ควรมีเหตุผลอันสมควรที่จะทำให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมด้วย
                24.4 การอ่รนคำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคจะอ่านที่ศาลใด?
                เมื่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรภาคทำคำสั่งเสร็จแล้วจะส่งคำสั่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งทราบ  ศาลชั้นต้นจะแจ้งให้ผู้ต้องหารือจำเลยและผู้ขอประกันทราบโดยเร็ว
                ทั้งนี้  ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคอาจมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคโดยให้ผู้ขอประกันวางหลักประกันเพิ่มจากที่เสนอมาก็ได้
                24.5 หากศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาของสาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค  ผู้ขอประกันมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคต่อไปยังศาลฏีกาได้
25.นอกจากคำร้องขอประกันตัวแล้ว  ผู้ขอประกันสามารถยื่นคำร้องอื่นๆ  เกี่ยวกับการขอประกันตัวได้อีกหรือไม่?
                นอกจากคำร้องตามข้อ 24 แล้ว จำเลยหรือผู้ขอประกันอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคมีคำสั่งในกรณีอื่นๆ เช่น  ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป  จำเลยอาจขอลดวงเงินประกันในระหว่างอุทธรณ์หรือผู้ขอประกันยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะประกันตัวต่อและขอหลักทรัพย์คืน เป็นต้น
26.การอุทธรณ์คำสั่งปรับผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันทำได้อย่างไร?
                ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันต่อศาล  เมื่อศาลชั้นต้นสั่งประการใดแล้ว ผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นนั้น โดยยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันทราบคำสั่งและต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค  การอุทธรณ์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและไม่ต้องห้ามเรื่องทุนทรัพย์  คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเป็นที่สุดจะฏีกาอีกไม่ได้
27.การขอประกันตัวในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาทำอย่างไร?
                ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษประหารชีวิต  จำคุก  กักขัง  ฝึกอบรมในสถานพินิจฯ  หรือขังไว้ระหว่างฎีกา  หรือจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ  ย่อมยื่นคำร้องขอประกันตัวในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้
                27.1 ใครบ้างมีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัวชั้นฎีกา?
                ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัว คือ บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเอง ซึ่งได้แก่
                       27.1.1 จำเลย
                       27.1.2 ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บุพการี  ผู้สืบสันดาน  สามี  ภริยา  ญาติพี่น้อง  ผู้บังคับบัญชา  นายจ้าง  บุคคลที่เกี่ยวกันโดยทางสมรส  บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพี่น้องหรือมีความสัมพันธ์ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้  หรือนิติบุคคล  (เช่น  บริษัท  ห้างหุ้นส่วนจำกัด) สำหรับกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นกรรมการ  ผู้แทน  ตัวแทน  หุ้นส่วน  พนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลนั้น
                27.2 ยื่นคำร้องของประกันตัวชั้นฎีกาที่ศาลใด?
                       27.2.1 ในกรณีที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคแล้ว  แม้ยังไม่มีการยื่นฎีกา หรือยื่นฎีกาแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา  ให้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้น      
       27.2.2 ในกรณีที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลฎีกาแล้วจะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีนั้น  หรือจะยื่นต่อศาลฎีกาก็ได้ ถ้ายื่นต่อศาลชั้นต้น  ศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา
                27.3 ศาลใดเป็นผู้พิจารณาคำร้อง?
                ในกรณียังไม่มีการยื่นฎีกาหรือยื่นฎีกาแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา  ถ้าศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ประกันตัว ศาลชั้นต้นจะสั่งอนุญาต  มิฉะนั้นศาลชั้นต้นจะส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง
                27.4 กรณีศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัว  ผู้ขอประกันอาจยื่นขอประกันตัวอีกได้โดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศาลชั้นต้นได้ กรณีอื่นๆ มีวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับชั้นอุทธรณ์
28.หน้าที่ของผู้ขอประกันมีอย่างไรบ้าง?
                ผู้ขอประกันต้องส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาลตามนัดหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นส่งแทนก็ได้โดยขอแบบฟอร์มได้ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
                หากผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลแต่ผู้ขอประกันไม่มาศาลไม่ถือว่าผิดสัญญาประกัน  แต่ถือว่ผู้ขอประกันทราบคำสั่งของศาลและวันนัดส่งตัวคราวต่อไปแล้ว
                กรณีศาลอนุญาตให้ประกันโดยมีเงื่อนไข  เช่น  ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ศาลหรือห้ามออกนอราชอาณาจักร  ผู้ต้องหาหรือจำเลยและผู้ขอประกันก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว
29.กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนี ผู้ขอประกันมีหน้าที่อย่างไรบ้าง?
                กรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยหนีหรือจะหลบหนี ผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันอาจขอให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุดจับผู้ต้องหาหรือจำเลยหรือถ้าไม่อาจขอความช่วยเหลือได้ก็มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้เอง  แล้วส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุด
                กรณีไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องหหรือจำเลยโดยไม่มีเหตุสมควร ถือว่าผิดสัญญาประกัน  ศาลจะสั่งปรับผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันและยึดหลักประกันขายทอดตลอด  หากผู้ขอประกันไม่ชำระค่าปรับ  เมื่อศาลสั่งปรับ  ผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันแล้ว  ผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันสามารถนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาส่งศาลได้โดยเร็ว  ศาลจะลดค่าปรับลงให้ตามสมควร
30.การถอนประกันต่อศาลต้องทำอย่างไร?
                ผู้ขอประกันอาจถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกันต่อศาลได้เสมอ  โดยต้องส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยคืนต่อศาลเมื่อศาลอนุญาตความรับผิดชอบตามสัญญาประกันเป็นอันสิ้นสุดลง
31.การขอรับหลักทรัพย์หรือเงินสดคืนจากศาลต้องปฏิบัติอย่างไร?
                31.1 ในกรณีของศาลอาญา ศาลอาญาธนบุรี  ศาลอาญากรุงเทพใต้  ศาลจังหวัดและศาลแขวง  และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
                เมื่อคดีถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนประกัน  หรือสัญญาประกันสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่น  ความรับผิดตามสัญญาประกันสิ้นสุดลง ผู้ขอประกันสามารถขอรับหลักประกันคืนได้ทันทีโดยยื่นคำร้องต่อศาลและแนบหลักฐานคือ ใบรับหลักฐาน  และใบรับเงินที่ศาลออกให้เมื่อครั้งยื่นของประกันตัว  หากใบรับหลักฐานหรือใบรับเงินสูญหายต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำใบรับแจ้งความมาแสดงต่อศาล  โดยปกติแล้วผู้ขอประกันจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง หากไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับหลักทรัพย์หรือเงินทดแทนได้  โดยใบมอบฉันทะขอได้ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศาล
                31.2 ในกรณีของศาลเยาวชนและครอบครัวและศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว                
                        31.2.1 กรณีประกันในชั้นสถานพินิจฯ
                         การขอถอนหลักทรัพย์ที่เป็นหลักประกันคืน เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหยื่นแถลงขอถอนหลักทรัพย์คืนต่อศาลเมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนหลักทรัพย์คืนได้ที่สถานพินิจฯ                                เอกสารที่ต้องยื่นต่อสถานพินิจฯ  ในการขอถอนหลักทรัพย์คืน  ประกอบด้วยหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานหรือสำนักอำนวยการประจำศาลเยาชนและครอบครัวแจ้งผู้อำนวยการสถานพินิจฯ  อนุญาตให้ถอนหลักทรัพย์คืน  ใบเสร็จรับเงินที่ได้รับในวันประกันตัวชั้นสถานพินิจฯ  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอประกัน        
                        31.2.2 กรณียื่นหลักประกันในชั้นศาล
                        การขอรับหลักทรัพย์หรือเงินสดคืนจากศาล ต้องปฏิบัติ ดังนี้.-                            
                        เมื่อคดีถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนประกันหรือสัญญาประกันสิ้นสุดลงด้วยเหตื่นความรับผิดตามสัญญาประกันสิ้นสุดลง  ผู้ขอประกันสามารถขอรับหลักประกันคืนได้ทันที โดยยื่นคำร้องต่อศาลและแนบหลักฐานคือ ใบรับหลักฐาน และใบรับเงิน  ที่ศาลออกให้เมื่อครั้งยืท่นขอประกันตัว หากใบรับหลักฐานหรือใบรับเงินสูญหายต้องแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจและนำใบรับแจ้งความมาแสดงต่อศาล  โดยปกติแล้ว ผู้ขอประกันจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเอง  หากไม่สามารถมารับได้ด้วยตนเอง  สามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับหลักทรัพย์หรือเงินสดแทนได้  โดยใบมอบฉันทะขอได้ที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพัน์ของศาล

5 ส.ค.

อัตราวงเงินประกันตัวผู้ต้องหาในคดีอาญา

อัตรานี้ ใช้สำหรับประกันตัวจำเลยต่อศาลในคดีอาญา
อัตราหลักประกันฯ

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ข้อหาหรือฐานความผิด วงเงินประกัน/บาท
     

   
 
136 ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน 30,000
137 แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน 20,000
138 วรรคแรก ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน 30,000
  วรรคสอง โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ  40,000
139 ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน 80,000
138 , 139 ต่อสู้ขัดขวาง, ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน  
ประกอบ วรรคแรก มีหรือใช้อาวุธหรือร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป 90,000
140 วรรคสอง อ้างอั้งยี่หรือซ่องโจร 150,000
  วรรคสาม มีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด 150,000
   ถ้าการกระทำความผิดตาม ม. นี้เป็นการกระทำ 180,000
  โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยอ้างอั้งยี่หรือซ่องโจร  
141 ถอน ทำให้เสียหายฯ ซึ่งตราหรือเครื่องหมาย 40,000
142 ทำให้เสียหาย ทำลายฯ ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆ 50,000
143 คนกลางเรียกรับสินบน 90,000
144 ให้สินบนเจ้าพนักงาน 90,000
145 แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน 30,000
146 สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน 30,000
147 เจ้าพนักงานยักยอก 300,000
148 เจ้าพนักงานข่มขืนใจ 500,000
149 เจ้าพนักงานรับสินบน 500,000
150 เจ้าพนักงานกระทำการโดยเห็นแก่สินบนที่เรียกรับ 300,000
151 เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต 300,000
152 เจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการเข้าไปมีส่วนได้เสีย 120,000
153 เจ้าพนักงานจ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่าย 120,000
154 เจ้าพนักงานทุจริตในการเก็บรายได้ 300,000
155 เจ้าพนักงานทุจริตในการกำหนดราคาทรัพย์สิน 300,000
156 เจ้าพนักงานทุจริตช่วยเหลือเกี่ยวกับบัญชี 300,000
157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 120,000
158 เจ้าพนักงานทำให้ทรัพย์หรือเอกสาร 100,000
  ที่ตนปกครองเสียหาย  
159 เจ้าพนักงานทำอันตรายเครื่องหมายที่ประทับทรัพย์สิน 90,000
160 เจ้าพนักงานใช้ดวงตราหรือรอยตราโดยมิชอบ 90,000
161 เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร 120,000
162 เจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ 100,000
163 เจ้าพนักงานเปิดจดหมายหรือโทรเลข 90,000
164 เจ้าพนักงานทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับทางราชการ 90,000
165 เจ้าพนักงานป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไป 30,000
  ตามกฎหมายหรือคำสั่ง  
166 วรรคแรก เจ้าพนักงานละทิ้งงาน  90,000
  วรรคสอง ทำเพื่อเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน 120,000
167 ให้สินบนเจ้าพนักงานในการยุติธรรม 100,000
168 ขัดขืนคำบังคับซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ 10,000
169 ขัดขืนคำบังคับซึ่งให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใด 10,000
170 ขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้มาให้ถ้อยคำในการ 20,000
  พิจารณาคดี  
171 ขัดขืนคำสั่งของศาลให้สาบาน 20,000
172 แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา 40,000
173 แจ้งความเท็จว่ามีการกระทำความผิดอาญา 40,000
174 วรรคแรก แจ้งความเท็จตาม ม. 172 , 173 เพื่อแกล้งให้ 40,000
ประกอบ ต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย  
172 , 173  วรรคสอง เพื่อแกล้งให้ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น 100,000
175 ฟ้องเท็จ 90,000
177 วรรคแรก เบิกความเท็จ  90,000
  วรรคสอง เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา  100,000
178 แปลข้อความให้ผิดไปในข้อสำคัญ 50,000
179 ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ 40,000
180 วรรคสอง นำสืบหรือแสดงหลักฐานเท็จ  100,000
  ในการพิจารณาคดีอาญา      
184 ช่วยผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษ 90,000
185 ทำลายพยานหลักฐานหรือเอกสารที่ยื่นต่อศาล 90,000
186 ทำให้เสียหาย ทำลายฯ ซึ่งทรัพย์สินที่ศาลมีคำพิพากษา 50,000
  ให้ริบ  
187 ทำให้เสียหาย ทำลายฯ ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด 50,000
  เพื่อมิให้เป็นไปตามคำพิพากษา  
188 ทำลายเอกสารหรือพินัยกรรม 90,000
189 ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด 40,000
190 วรรคสอง หลบหนีโดยแหกที่คุมขังหรือร่วมกัน 50,000
  ตั้งแต่สามคนขึ้นไป  
  โดยใช้กำลังประทุษร้าย 90,000
  วรรคสาม ถ้าการกระทำความผิดตาม ม. นี้เป็นการ 120,000
  กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด  
191 วรรคแรก ทำให้ผู้ถูกคุมขังหลบหนี  90,000
  วรรคสอง ถ้าผู้ถูกคุมขังที่หลบหนีต้องคำพิพากษา 100,000
  ลงโทษประหารชีวิตฯ หรือมีจำนวนสามคนขึ้นไป  
  วรรคสาม ใช้กำลังประทุษร้ายหรือมีหรือใช้อาวุธปืน 120,000
  หรือวัตถุระเบิด  
  ถ้าการกระทำความผิดตาม ม. นี้ เป็นการกระทำ 150,000
  โดยใช้กำลังประทุษร้าย มีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดให้  
  ผู้ถูกคุมขังซึ่งต้องคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตหลบหนี  
192 ให้พำนักผู้ที่หลบหนี 80,000
197 ใช้กำลังประทุษร้ายหรือให้ประโยชน์เพื่อกีดกันขัดขวางการ 20,000
  ขายทอดตลาดของเจ้าพนักงาน  
198 ดูหมิ่นศาล 100,000
199 ซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ 30,000
200 วรรคแรก เจ้าพนักงานยุติธรรมช่วยผู้อื่นไม่ให้ต้องโทษ  100,000
  วรรคสอง ทำเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ 300,000
201 เจ้าพนักงานยุติธรรมเรียกรับสินบน 500,000
202 เจ้าพนักงานยุติธรรมกระทำการโดยเห็นแก่สินบน 500,000
203 เจ้าพนักงานขัดขวางเพื่อมิให้เป็นไปตามคำพิพากษา 80,000
204 วรรคแรก เจ้าพนักงานทำให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้น 100,000
  วรรคสอง ถ้าผู้ถูกคุมขังต้องคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ฯ หรือมีจำนวนสามคนขึ้นไป 150,000
205 ทำให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นโดยประมาท 40,000
206 เหยียดหยามศาสนา 100,000
207 ก่อความวุ่นวายในพิธีกรรมทางศาสนา 30,000
208 แต่งกายเป็นพระภิกษุ 30,000
209 วรรคแรก อั้งยี่ 100,000
  วรรคสอง ผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า ฯ 120,000
210 วรรคแรก ซ่องโจร  10,000
  วรรคสอง สมคบกระทำความผิดที่มีโทษถึงประหารชีวิตฯ 60,000
214 ประพฤติตนเป็นธุระจัดหาที่พำนัก 80,000
215 วรรคแรก มั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ก่อความวุ่นวาย 30,000
  วรรคสอง ผู้กระทำความผิดคนหนึ่งมีอาวุธ 60,000
  วรรคสาม ผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า ฯ 100,000
217 วางเพลิง 100,000
218 วางเพลิงมีเหตุฉกรรจ์ 500,000
220 วรรคแรก ทำให้เกิดเพลิงไหม้  100,000
  วรรคสอง ทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตาม ม.218 500,000
221 ทำให้เกิดระเบิด 100,000
223 ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิดแก่ทรัพย์ที่มีราคาน้อย 80,000
224 วรรคแรก ทำผิดตาม ม.217,218,221,222 เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  500,000
  วรรคสอง รับอันตรายสาหัส 400,000
225 ทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท 100,000
226 ทำการใดๆ แก่โรงเรือนน่าเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นฯ 90,000
227 ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แห่งวิชาชีพ 90,000
228 วรรคแรก ทำให้เกิดอุทกภัยหรือขัดข้องแก่การใช้น้ำ 90,000
  วรรคสอง เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล 100,000
  หรือทรัพย์ของผู้อื่น  
229 ทำให้ทางสาธารณะน่าจะเป็นเหตุอันตรายแก่การจราจร 90,000
230 ก่ออันตรายแก่ทางรถไฟหรือรถราง 100,000
231 ก่ออันตรายแก่เครื่องสัญญาณในการจราจรฯ 100,000
232 ก่ออันตรายแก่ยานพาหนะน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล 100,000
234 กระทำแก่สิ่งที่ใช้ในการผลิตในการส่งไฟฟ้าหรือน้ำ 90,000
237 เอาของมีพิษเจืออาหาร 120,000
238 วรรคแรก ทำผิดตาม ม.226 ถึง ม. 237 เป็นเหตุให้ผู้อื่น 300,000
  ถึงแก่ความตาย  
  วรรคสอง รับอันตรายสาหัส  120,000
240 ปลอมเงินตรา 300,000
241 แปลงเงินตรา 300,000
242 วรรคแรก ทำให้เหรียญกระษาปณ์มีน้ำหนักลด 100,000
  วรรคสอง นำเหรียญกระษาปณ์เข้าในราชอาณาจักร 100,000
244 มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอมหรือแปลงโดยรู้ 150,000
245 ไม่รู้ว่าเป็นเงินตราปลอมหรือแปลงต่อมารู้ยังขืนนำออกใช้ 120,000
246 ทำเครื่องมือสำหรับปลอมหรือแปลงเงินตรา 200,000
249 วรรคแรก ทำบัตรหรือโลหธาตุให้คล้ายคลึงเงินตรา 30,000
  หรือจำหน่าย  
  วรรคสอง จำหน่ายโดยการนำออกใช้ 80,000
250 ปลอมดวงตราแผ่นดิน 200,000
251 ปลอมดวงตราทบวงการเมือง 100,000
254 ปลอมแสตมป์ 100,000
255 นำดวงตราปลอมเข้าในราชอาณาจักร 120,000
256 นำแสตมป์ที่ใช้ไม่ได้แล้วกลับมาใช้ใหม่ 40,000
257 ใช้ ขาย แลกเปลี่ยนแสตมป์อันเกิดจากการกระทำผิดตาม  80,000
  ม. 256  
258 ปลอมหรือแปลงตั๋วโดยสารซึ่งใช้ในการขนส่งสาธารณะ 40,000
259 กระทำความผิดตาม ม. 258 เกี่ยวกับตั๋วสำหรับผ่านเข้า 40,000
  สถานที่ใดๆ  
260 ใช้ ขาย แลกเปลี่ยนตั๋วอันเกิดจากการกระทำความผิด 40,000
  ตาม ม. 258 , 259  
261 ทำเครื่องมือสำหรับปลอมหรือแปลงตั๋ว 40,000
264 ปลอมเอกสาร 50,000
265 ปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ 100,000
266 ปลอมเอกสารมีเหตุฉกรรจ์ 150,000
267 แจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ 50,000
269 ประกอบวิชาชีพแพทย์ รับรองเอกสารอันเป็นเท็จ 40,000
270 ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ซึ่งเครื่องชั่งเพื่อเอาเปรียบในการค้า 50,000
271 หลอกลวงขายของ 50,000
272 เอาชื่อ รูป เลียนแบบสินค้า 40,000
273 ปลอมเครื่องหมายการค้า 40,000
274 เลียนแบบเครื่องหมายการค้า 40,000
276 วรรคแรก ข่มขืนกระทำชำเรา 200,000
  วรรคสอง ทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด  350,000
  หรือโทรมหญิง  
277 วรรคแรก ชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี 200,000
  วรรคสอง ชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี  350,000
  วรรคสาม โทรมเด็กหญิงและเด็กหญิงไม่ยินยอม  350,000
277 ทวิ ทำผิดตาม ม.276 ว.1 , 277 ว.1 , ว.2 เป็นเหตุให้  
  (1) รับอันตรายสาหัส 400,000
  (2) ถึงแก่ความตาย 500,000
277 ตรี  ทำผิดตาม ม.276 ว.2 , 277 ว.3 เป็นเหตุให้  
  (1) รับอันตรายสาหัส 500,000
  (2) ถึงแก่ความตาย  500,000
278 อนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปี 120,000
279 วรรคแรก อนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี  120,000
  วรรคสอง โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ  150,000
280 ทำผิดตาม ม.278 ,279 เป็นเหตุให้  
  (1) รับอันตรายสาหัส 200,000
  (2) ถึงแก่ความตาย  500,000
282 วรรคแรก เพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น  120,000
  วรรคสอง กระทำแก่บุคคลเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี 180,000
  วรรคสาม กระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี 200,000
283 วรรคแรก เพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น  200,000
  วรรคสอง กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้า 350,000
  แต่ไม่เกินสิบแปดปี  
  วรรคสาม กระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี 500,000
 283 ทวิ วรรคแรก พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้จะยินยอม  90,000
  วรรคสอง พาบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี 100,000
284 พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ 120,000
286 ดำรงชีพจากหญิงค้าประเวณี 300,000
288 ฆ่าผู้อื่น 500,000
  พยายามฆ่าผู้อื่น 300,000
289 ฆ่ามีเหตุฉกรรจ์ 500,000
  พยายามฆ่ามีเหตุฉกรรจ์ 300,000
290 วรรคแรก ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย 180,000
  วรรคสอง มีเหตุฉกรรจ์ตาม ม.289  200,000
291 ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 120,000
          รถยนต์ส่วนบุคคล 120,000
          รถยนต์บรรทุก รถรับจ้าง รถโดยสาร 150,000
292 ทารุณบุคคลซึ่งต้องพึ่งตน 100,000
293 ยุยงเด็กฆ่าตนเอง 90,000
294 ชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตาย 60,000
295 ทำร้าย 40,000
296 ทำร้ายมีเหตุฉกรรจ์ 40,000
297 ทำร้ายสาหัส 120,000
298 ทำร้ายสาหัสมีเหตุฉกรรจ์ 150,000
299 ชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้มีบุคคลรับอันตรายสาหัส 30,000
300 ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส 50,000
          รถยนต์ส่วนบุคคล 100,000
          รถยนต์บรรทุก รถรับจ้าง รถโดยสาร 120,000
301 หญิงทำให้ตนเองแท้งลูก 80,000
302 วรรคแรก ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงยินยอม 90,000
  วรรคสอง เป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัส 100,000
  วรรคสาม เป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย  120,000
303 วรรคแรก ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงไม่ยินยอม  100,000
  วรรคสอง เป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัส  120,000
  วรรคสาม เป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย  200,000
306 ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปี 50,000
307 ทอดทิ้งบุคคลซึ่งพึ่งตนเองมิได้ 50,000
309 วรรคแรก ข่มขืนใจ 80,000
  วรรคสอง ข่มขืนใจมีอาวุธ ฯ  90,000
  วรรคสาม อ้างอั้งยี่หรือซ่องโจร  100,000
310 หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น 80,000
310 ทวิ หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อให้กระทำการอย่างใด 90,000
311 วรรคแรก ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง 30,000
  วรรคสอง ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังถึงแก่ความตาย 120,000
               ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังรับอันตรายสาหัส 50,000
312 เอาคนลงเป็นทาส 100,000
312 ทวิ  วรรคแรก กระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี  120,000
  วรรคสอง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ  
                  (1) รับอันตรายแก่กาย  200,000
                  (2) รับอันตรายสาหัส  350,000
                  (3) ถึงแก่ความตาย  500,000
312 ตรี วรรคแรก โดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ฯ  90,000
  วรรคสอง ถ้ากระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี 100,000
313 วรรคแรก เรียกค่าไถ่ 400,000
  วรรคสอง ผู้ถูกกักขังรับอันตรายสาหัส ฯ 450,000
  วรรคสาม ผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย 500,000
315 คนกลางเรียกทรัพย์สิน 350,000
317 วรรคแรก พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี 180,000
  วรรคสาม เพื่อหากำไรฯ 200,000
318 วรรคแรก พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี ไม่เกินสิบแปดปี  150,000
  วรรคสาม เพื่อหากำไรฯ  180,000
319 วรรคแรก พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี ไม่เกินสิบแปดปี  150,000
  เพื่อหากำไร โดยผู้เยาว์เต็มใจ  
320 วรรคแรก พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร  150,000
  วรรคสอง เพื่อให้ตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบ 180,000
322 เปิดผนึกจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารของผู้อื่นเพื่อล่วงรู้ 20,000
  ข้อความหรือเพื่อนำข้อความออกเปิดเผย  
323 เปิดเผยความลับของผู้อื่นซึ่งล่วงรู้หรือได้มาโดยเหตุที่เป็น 20,000
  เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฯ  
324 เปิดเผยความลับของผู้อื่นซึ่งล่วงรู้หรือได้มาโดยเหตุที่เป็น 20,000
  ผู้มีตำแหน่ง วิชาชีพหรืออาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจ  
326 หมิ่นประมาท 30,000
327 หมิ่นประมาทผู้ตาย 30,000
328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา 50,000
334 ลักทรัพย์ 50,000
335 วรรคแรก ลักทรัพย์อนุมาตราเดียว 90,000
  วรรคสอง สองอนุมาตรา  100,000
  วรรคสาม ทำต่อโค กระบือ เครื่องกล  120,000
335 ทวิ  วรรคแรก ลักพระพุทธรูป  150,000
  วรรคสอง กระทำในวัด สำนักสงฆ์  180,000
336 วรรคแรก วิ่งราวทรัพย์  90,000
  วรรคสอง รับอันตรายแก่กาย 100,000
  วรรคสาม รับอันตรายสาหัส  120,000
  วรรคสี่ ถึงแก่ความตาย  200,000
336 ทวิ ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ 150,000
337 วรรคแรก กรรโชก 90,000
  วรรคสอง ขู่จะฆ่าหรือมีอาวุธ  100,000
338 รีดเอาทรัพย์ 120,000
339 วรรคแรก ชิงทรัพย์  150,000
  วรรคสอง เข้า ม. 335 หรือทำต่อโค ฯ  180,000
  วรรคสาม รับอันตรายแก่กาย 200,000
  วรรคสี่ รับอันตรายสาหัส  200,000
  วรรคห้า ถึงแก่ความตาย  500,000
339 ทวิ  วรรคแรก ชิงทรัพย์ต่อทรัพย์ตาม ม. 335 ทวิ วรรคแรก 180,000
  วรรคสอง ในสถานที่ตาม ม. 335 ทวิ วรรคสอง  200,000
  วรรคสาม รับอันตรายแก่กาย  200,000
  วรรคสี่ รับอันตรายสาหัส 350,000
  วรรคห้า ถึงแก่ความตาย  500,000
340 วรรคแรก ปล้นทรัพย์  200,000
  วรรคสอง มีอาวุธ  300,000
  วรรคสาม รับอันตรายสาหัส  400,000
  วรรคสี่ โดยแสดงความทารุณฯ 400,000
  วรรคห้า ถึงแก่ความตาย  500,000
340 ทวิ วรรคแรก ปล้นกระทำต่อทรัพย์ตาม ม.335 ทวิ วรรคแรก  300,000
  วรรคสอง ในสถานที่ตาม ม.335 ทวิ วรรคสอง 300,000
  วรรคสาม มีอาวุธติดตัว  300,000
  วรรคสี่ รับอันตรายสาหัส  400,000
  วรรคห้า โดยแสดงความทารุณฯ 500,000
  วรรคหก ถึงแก่ความตาย  500,000
341 ฉ้อโกง 50,000
342 ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ฯ 90,000
343 วรรคแรก ฉัอโกงประชาชน  90,000
  วรรคสอง ต้องด้วย ม. 342  100,000
345 ฉ้อโกงค่าอาหาร 5,000
347 ฉ้อโกงการประกันวินาศภัย 90,000
349 โกงผู้รับจำนำ 40,000
350 โกงเจ้าหนี้ 40,000
352 ยักยอก 40,000
353 ยักยอกในฐานะเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินฯ 40,000
354 ยักยอกในฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินฯ 90,000
357 วรรคแรก รับของโจร  90,000
  วรรคสอง เพื่อค้ากำไรฯ 120,000
  วรรคสาม กระทำต่อทรัพย์อันได้มาตาม ม. 335 ทวิ 180,000
  339 ทวิ 340 ทวิ  
358 ทำให้เสียทรัพย์ 50,000
359 ทำให้เสียทรัพย์ต่อเครื่องกล ฯ 90,000
360 ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ 90,000
360 ทวิ ทำให้เสียทรัพย์ตาม ม. 335 ทวิ วรรคแรก ฯ  120,000
362 บุกรุก 30,000
363 ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์ 50,000
365 บุกรุกมีเหตุฉกรรจ์ 90,000

เงื่อนไข พ.ร.บ. ใหม่ มีผลเริ่ม 1 เมษายน 2559

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Third Party Insurance)  หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ. ซึ่งกฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี เพื่อความคุ้มครองต่อความสูญของชีวิต ร่างกาย และผู้ประสบภัยจากรถยนต์เป็นสำคัญ


ลักษณะของ พ.ร.บ. จะเป็นกระดาษ A4 และมีแถบสีเงิน (แถบโฮโลแกรม) มีข้อความ “สมาคมประกันวินาศภัย” และตราสัญลักษณ์ของสมาคม ระบุในแถบสีเงิน

เนื่องจาก คปภ.มีประกาศ ตามคำสั่งนายทะเบียน ที่ 15/2559 ปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจากเดิม กรณีที่พิสูจน์แล้วว่าผู้ประสบภัยไม่ได้เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (เป็นฝ่ายถูก) ซึ่งมีผลใช้บังคับสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 รายละเอียดใหม่เป็นดังนี้

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ)    แบบเดิม – แบบใหม่ มีผลเริ่ม 1 เมษายน 2559 เป็นต้นไป
ความคุ้มครอง
แบบเดิม แบบใหม่
วงเงินคุ้มครอง (บาท/คน) วงเงินคุ้มครอง (บาท/คน)
1. จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด (กรณีเป็นฝ่ายผิด)
1.1  ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ (จ่ายตามจริง)  ไม่เกิน 30,000 ไม่เกิน 30,000
1.2  การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร 35,000 35,000
ข้อ   1.1,1.2 รวมกันแล้วต้องไม่เกิน             65,000 65,000
2. จำนวนเงินค่าเสียหายส่วนที่เกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยจะได้รับภายหลังจากการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย โดยมีวงเงินคุ้มครองรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นดังนี้ (กรณีเป็นฝ่ายถูก)
2.1  ค่ารักษาพยาบาล จากการบาดเจ็บ   (จ่ายตามจริง)       ไม่เกิน 50,000 ไม่เกิน 80,000
2.2  การเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร            

200,000  

300,000
2.3  สูญเสียอวัยวะ 200,000 – 300,000
    2.3.1 สูญเสียมือตั้งแต่ข้อมือ หรือแขน หรือเท้าตั้งข้อเท้า หรือขา หรือสายตา(ตาบอด) อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ตั้งแต่ 2 กรณีขึ้นไป 300,000
    2.3.2 สูญเสียมือตั้งแต่ข้อมือ หรือแขน หรือเท้าตั้งข้อเท้า หรือขา หรือสายตา(ตาบอด) หรือหูหนวกเป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด  สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถในการสืบพันธุ์  จิตพิการอย่างติดตัว หรือเสียอวัยวะอื่นใด 250,000
   2.3.3 สูญเสียนิ้วตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไป ไม่ว่านิ้วเดียวหรือหลายนิ้ว 200,000  
2.4  ค่าชดเชยการรักษาตัว (ผู้ป่วยใน) 200 บาท / วัน ไม่เกิน 20 วัน 4,000 4,000
2.5  จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดสำหรับรายการข้อ 2.1,2.2,23 และ 2.4 รวมกันต้องไม่เกิน 204,000 304,000
2.6  วงเงินคุ้มครองความรับผิดสสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง  (ไม่เกิน) 5,000,000 / ครั้ง
2.7  วงเงินคุ้มครองความรับผิดสสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง           10,000,000 / ครั้ง
17 มิ.ย.

เคล็ดลับน่ารู้ การถนอมสีรถ

สำหรับใครที่รักรถและก็ไม่อยากที่จะให้สีรถหลุดลอกผุกร่อนได้ง่าย เรามีเคล็ดลับสำหรับการรักษาสีรถ และก็ถะนุถนอมเพื่อให้อยู่ได้นานที่สุด

คุณอย่าจอดรถไว้ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการปล่อยสารเคมีออกมาเนื่องจากว่าฝุ่นละอองที่มาจากอาหารสัตว์ รวมทั้งสารเคมีต่าง ๆ อาจจะปลิวมาติดกับผิวของสีรถก็ได้

ให้คุณจอดรถในที่ร่ม รวมทั้งมีอากาศถ่ายเทด้วย และพื้นที่นั้นจะต้องไม่อับชื้นด้วย และถ้าเกิดว่ามันจำเป็น ที่จะต้องจอดกลางแดด คุณก็ควรที่จะใช้ผ้าคลุมรถไว้ด้วย

ถ้าเกิดว่าคุณต้องขับรถผ่านตรงที่มีฝุ่นมีโคลนรวมทั้งผ่านชายทะเล คุณก็ควรจะทำการล้างฝุ่น รวมทั้งพวกโคลนที่ติดมากับรถออก เนื่องจากว่าบางครั้งนั้น พวกสิ่งสกปรกซึ่งมากับรถ อาจจะนำสารเคมี ซึ่งจะเป็นอันตราย สำหรับสีรถคุณได้เช่นกัน

พยายามห้ามทำให้รถมีรอยขีดข่วนเป็นอันขาด เนื่องจากว่ามันจะทำให้ ทั้งตัวรถนั้นเกิดการผุ ทีนี้มันก็จะลามออกมา เป็นพื้นที่อย่างกว้างเลย

ถ้าเกิดว่ามันมีคราบน้ำมันรวมทั้งคราบสารเคมีมาเปื้อนบริเวณผิวสี ให้คุณทำความสะอาด โดยเร่งด่วนอาจจะใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด จากนั้นก็นำมาผสมกับสบู่อ่อน ๆ และอาจจะเป็นแชมพูก็ได้ อย่าใช้ทินเนอร์ น้ำมัน รวมทั้งสารเคมีต่างๆ สำหรับการทำความสะอาดเป็นอันขาด

หลังจากที่คุณไดทำการล้างรถ คุณก็ควรจะทำการเคลือบสีทุกครั้ง เพราะว่าจะได้เป็นการป้องกันสิ่งต่าง ๆ เพื่อไม่ให้มาทำลายสีรถได้ แถมก็ยังช่วยในการประหยัด เรื่องของค่าใช้จ่าย สำหรับการขัดเคลือบสีด้วย

เห็นไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะเป็นสิ่งที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแค่เราเพิ่มรายละเอียดให้กับมันอีกสักนิด สีรถของคุณก็จะอยู่กับคุณได้นาน ๆ
ที่มาข้อมูลและภาพ cintaya.com

16 มิ.ย.

สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

วิธีแก้เคล็ด
วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ “สีที่เป็นศรี” ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2×2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย) แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา

สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ
1. เกิดวันอาทิตย์ สีเขียว เป็น ศรี
2. เกิดวันจันทร์ สีดำ เป็น ศรี
3. เกิดวันอังคาร สีเหลือง เป็น ศรี
4. เกิดวันพุธ กลางวัน สีเขียวอ่อน เป็น ศรี
5. เกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เป็น ศรี
6. เกิดวันศุกร์ สีชมพู เป็น ศรี
7. เกิดวันเสาร์ สีน้ำเงิน เป็น ศรี
8. เกิดวันพุธ กลางคืน สีขาว เป็น ศรี

คนเกิดวันอาทิตย์
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์

รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู : เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง

รถสีดำ : เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน

รถสีขาว สีครีม : เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงเปลือกมังคุด : เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน

รถสีเขียว : เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ

รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง : เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน : ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันจันทร์
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี
เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์

รถสีส้ม สีเหลืองแก่ : เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า

รถสีดำ : เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำเงิน สีทอง : เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีม่วงเปลือกมังคุด : เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง

รถสีชมพู : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีฟ้า : เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเขียว : อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน

รถสีแดง : สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันอังคาร
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร

รถสีม่วงแก่ : เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีดำ : เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีบรอนซ์ สีเทา : เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ

รถสีทอง สีแสด : เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีน้ำตาล : เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน

รถสีเขียว : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง

รถสีแดง สีชมพู : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีขาว สีเหลืองนวล : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพุธ? (กลางวัน 06.01-18.00)
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน)เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า : เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ

รถสีน้ำตาล สีทอง : เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ

รถสีขาว สีเหลืองอ่อน : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์ : เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีดำ : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีม่วงแก่ : เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว : เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีชมพู สีแสด : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพุธ? (กลางคืน 18.01-06.00)
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน)
เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

รถสีชมพู : เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีดำ : เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีเทา สีบรอนซ์ : เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีม่วงแก่ : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีแดง สีน้ำตาล : เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีส้ม สีทอง : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันพฤหัสบดี
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี

รถสีขาว : เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีแดง : เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเทา สีบรอนซ์ : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีฟ้า : เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีเขียว : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีส้ม สีทอง : เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันศุกร์
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์

รถสีเขียว : เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีสีแดง สีทอง : เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน

รถสีแดง สีชมพู : เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีเหลือง : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีดำ : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีน้ำตาล : เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีฟ้า สีน้ำเงิน : เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

คนเกิดวันเสาร์
– ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี
– เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6
– ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด
– ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์

รถสีแดง : เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ

รถสีชมพู : เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

รถสีน้ำเงิน สีฟ้า : เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

รถสีทา สีบรอนซ์ : เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี

รถสีทอง สีเหลือง : เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น

รถสีดำ สีม่วงแก่ : เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา

รถสีเขียว สีแสด : เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

เครดิต : http://www.mahamodo.com/tamnai/color_car.asp

15 มิ.ย.

มารู้วิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อรถมือสองกันเถอะ

หลายๆคนคงมองดูอะไรต่อมิอะไรรอบๆตัวในภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้ ก็ต้องบอกกับตัวเองว่า ถ้าจะซื้ออะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง ให้ละเอียดซักนิด คิดสักหน่อย แล้วค่อยตัดสินใจ จะได้ไม่พลาด ถ้างั้นเราก็มาดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยการเลือกซื้อรถมือสองกันดีกว่าครับ

ลองบอกกับตัวเองก่อนว่าเป้าหมายมีอะไรจะได้ไม่สับสน เช่น รถประเภทอะไร กระบะหรือเก๋ง? ยี่ห้อเป้าหมาย ยี่ห้ออะไร? งบประมาณ? อายุรถที่ต้องการ? สีจำเป็นหรือไม่? เมื่อได้แล้วก็ลองมาเริ่มกันเลยครับ

ภายนอกรถ?. ลองยืนหันหน้าเข้าหาด้านหน้าของรถยนต์เป้าหมายตรงๆ โดยยืนห่างประมาณ 5 เมตรเป็นอย่างน้อย แล้งสังเกตรูปทรงของรถ ดูว่าสมส่วน ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ไม่บิดเบี้ยวเหมือนคนยืนเท้าเอวข้างเดียวนั่นเหละ สีโดยทั่วไปเสมอกันหรือไม่ (อันนี้ขอบอกให้ดูรถในที่สว่างเท่านั้น) จากนั้นก็เดินเข้าใกล้รถอีกนิดก้มลงดูว่าพื้นสีมีความสม่ำเสมอ ? (ภาษารถเขาเรียกว่าดูเม็ดสีครับ) เป็นคลื่นๆหรือเปล่า? ถ้าดูแล้วสีไม่เท่ากันตรงจุดไหน ก็ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เดี๋ยวมีขั้นตอนต่อครับ จากนั้นให้สังเกตแนวร่องระหว่างฝากระโปรงหน้า, เส้นขอบประตู หน้า-หลัง ซ้าย- ขวา ฝาท้ายรถ มีเส้นแนวเรียบ เสมอกันหรือไม่? หลังจากใช้สายตาแล้วก็ลงมือปฏิบัติกันบ้างล่ะ ลงมือเคาะโดยพยายามใช้ปลายเล็บจิกไปรอบๆ แล้วสังเกตเสียงและความรู้สึกหนาบางรอบตัวรถ รวมถึงหลังคารถ ถ้ามีจุดไหนที่เสียงดังทึบๆ มีโอกาสทำสีมาครับ เสียงโปร่งๆก็รอดไปขั้นหนึ่งครับ แล้ว ?..

เปิดฝาห้องเครื่อง แล้วสังเกตร่องน้ำทั้งสองข้าง คานหน้าเครื่อง ดูว่าความเรียบของสียังดีอยู่ไม่? โดยใช้มือลูบๆดู หากเห็นว่าหยาบและร่องไม่เสมอ ก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำสีมาแล้วยังเก็บไม่เรียบร้อย คานหน้าให้ดูรูว่าบิดเบี้ยว ถ้ามองดูรู้สึกว่าหนาๆ ภาษารถก็อาจจะบอกว่าโดนมาครับ จากนั้นก็ดูซอกประตู, ประตูรถ โดยใช้วิธีเดียวกับที่ได้กล่าวมาครับ เสริมด้วยลองพลิกขอบยางดูด้วย ว่ามีการเก็บสีมาหรือ? สำหรับฝาท้ายรถก็ดูร่องน้ำคล้ายๆฝากระโปรงหน้า แต่ต้องลองขยับหรือเปิดพรมขึ้นมาอีกหน่อยเพื่อดูสีและความเรียบของพื้นยังเดิมๆอยู่หรือไม่? สีมีการพ่นมาใหม่หรือเปล่าๆ? แล้วให้ช่วยสังเกตดูช่องที่ใส่ประกอบไฟท้ายมีการทำมาหรือไม่? เบี้ยวหรือไม่? สนิมมีหรือไม่?

ที่นี้ลองมาดูระบบเครื่องยนต์กันบ้างครับ ให้ลองสตาร์ทเครื่องโดยไม่ต้องเร่งคันเร่งมากนัก หากเครื่องติดง่ายก็ถือว่าผ่านขั้นที่ 1 จากนั้นลองเร่งคันเร่งเล็กน้อยแล้วปล่อย ฟังและดูว่าเครื่องเดินได้ราบเรียบหรือเปล่า? ถ้าเสียงเรียบก็ผ่าน พอเครื่องยนต์อุ่นขึ้นลองดูแรงดันเครื่องคร่าวๆ โดยชักสายวัดน้ำมันเครื่อง ดูว่ามีควันขาวๆลอยออกมาด้วยหรือไม่? หรือมีละอองน้ำมันกระเด็นออกมาด้วยหรือไม่? ถ้ามีก็ ไม่โอเคนะครับ เพราะเครื่องอาจหลวมแล้วนะครับท่าน หรือไม่ก็อาจจะมีน้ำเข้ามาผสมในห้องเครื่องก็อาจเป็นได้ครับ แล้วสังเกตควันที่ปลายท่ออีกนิด ถ้าควันขาวอมเทาๆมีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำมันไหม้แล้วมีละอองน้ำมันออกมาด้วย ก็ขอแนะนำว่าอย่าไปสนใจรถคันนี้จะดีกว่านะครับ ท่าทางจะไม่ค่อยดีซะแล้ว

จากนั้นมาดูภายในห้องโดยกันดีกว่า ตรวจดูอุปกรณ์บนหน้าปัด การใช้งานอยู่ในสภาพดีอยู่หรือเปล่า? ระบบไฟมีครบใช้ได้หรือไม่? แล้วลองขยับเกียร์ เพื่อสังเกตว่าหลวมโยกกลวงๆหรือเปล่า? เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ท ก็ลองเข้าเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์โอโตเมติก ให้สังเกตดูการกระตุก และจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ยังดีอยู่ หรือไม่? หรือเกียร์กระตุกมาก หรือเกียร์ไม่เปลี่ยน ก็แสดงว่ารถต้องการหมอแล้วครับ

ระบบช่วงล่าง ให้ลองวิ่งบนพื้นที่ไม้ราบเรียบแล้วฟังเสียงใต้ท้องรถว่ามีดังเหมือนมีอะไรหลวมๆเวลาที่ตกหลุมหรือพื้นไม่เรียบ ถ้ามีก็ให้สังเกตว่ามาจากจุดไหนเพื่อจะได้เช็คสาเหตุและประมาณค่าซ่อมได้ครับ จากนั้นก็ลองวิ่งตรงๆและลองปล่อยพวงมาลัยรถ เป็นช่วงๆ เพื่อดูว่ารถวิ่งตรงหรือเอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรือไม่? ถ้ามีก็ต้องขอรถขึ้นนายฮ้อยดูกันละครับ

เครดิต : http://www.buyatsiam.com/carTips.html;jsessionid…?id=16

14 มิ.ย.

5 ความจริง ที่คุณควรรู้ก่อนใช้แก๊สติดรถยนต์

ปัจจุบันทางออกของสภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในยุคนี้ ทำให้หลายคนถวิลหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่นแก๊ส ที่คนจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยมันอย่างดี ไม่ว่าจะเป้นแก๊ส LPG ที่บรรดาคนขับรถยนต์แท็กซี่เติมใช้กันมานานนับ 10 ปี หรือจะทางเลือกใหม่กับ CNG ไม่ ว่าอะไรก็ช่วยให้คนที่ต้องการความประหยัดและคุ้มค่าในการเดินทางไปยังจุด หมายต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้

แม้พลังงานทางเลือกอย่าง ?แก๊ส? จะให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน แต่เราก็ควรตระหนักว่า เมื่อมีข้อดีเป็นธรรมดาในทางกลับกันมันก็จะต้องมีผลเสียตามมา ซึ่งในหลายๆ เหตุผลต่างๆนานา อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็เป็นไปได้

เครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วกว่าปกติ
เราเชื่อว่าเรื่องความเสียหายของเครื่องที่ เกิดจากการใช้แก๊สก๊าซติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน คงเป็นเรื่องที่คอประหยัดส่วนใหญ่คงจะทราบกันดี แม้จะมีเสียงจากกลุ่มผู้ใช้ก๊าซว่าสามารถทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้ได้สมบูรณ์ กว่าระบบน้ำมันด้วยซ้ำ แถมยังมีค่าออกเทน โดยเฉลี่ยสูงกว่า 105 อยู่เป็นทุนเดิม ทำให้บางคนมักเข้าใจผิดว่า รถติดแก๊สแล้วจะวิ่งดีกว่าน้ำมัน

ความจริงเรื่องแก๊สกับการทำงานเครื่องยนต์ นั้น สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์มีการสึกหรอเร็วกว่าปกตินั้น ก็มีสาเหตุมาจากการเผาไหม้ภายในห้องเผาไหม้ ที่แก๊สแม้จะมีค่าออกเทนหรือที่ศัพท์ในวงการอุตสาหกรรมปิโตเลียมเรียกว่า “อีเนอจีเชน” มากกว่าน้ำมันในระดับพรีเมี่ยมออกเทน 95 แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดก็ไม่พ้นลักษณะการเผาไหม้

ด้วยความที่มันมีคุณสมบัติเป็นก๊าซนี่เองก็ เลยทำให้การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในห้องเผาไหม้ เป็นการเผาไหม้แห้ง สังเกตได้จากระบบแก๊สมักถูกต่อร่วมกับระบบดูดอากาศไปใช้งาน ส่งผลให้ค่าเสียดทานของอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่นวาล์วหรือตัวลูกสูบมีมากกว่า และเมื่อมีการเสียดทานสิ่งที่ตามมาก็คือ ความร้อน ซึ่งนี่เป็นตัวการที่ทำให้เครื่องยนต์มีอัตราการสึกหรอเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยเฉลี่ย 1.5 เท่า เลยทีเดียว และสามารถยืนยันได้จากคำแนะนำของท่านผู้เชี่ยวชาญทางพลังงานแก๊ส ที่มักให้เปลี่ยนน้ำมันเกรดธรรมดาที่สามารถใช้ได้ถึง 5000 กิโลเมตร ในระยะที่ 4000 กิโลเมตร

แก๊สไม่ได้ทำให้รถประหยัดขึ้น
อีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่คอประหยัดหลายคนมองข้ามไปว่าการติดแก๊สความจริงแล้ว ไม่ได้ช่วยให้เครื่องยนต์ของคุณมีสมรรถนะการทำงานดีขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้รถสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นหรือมีอัตราเฉลี่ยใช้พลังงานน้อยลง เมื่อเทียบกับอัตราการเดินทางที่เกิดขึ้นจริง

ความจริงแล้วการติดแก๊สให้กับรถคู่ใจของคุณนั้น เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงค่าพลังงานที่สูงเมื่อเทียบกับราคาก๊าซที่ถูกว่ากัน ครึ่งต่อครึ่ง หรืออาจจะถูกกว่าถึง 2 ใน 3 ของราคาน้ำมันที่ขายกันอยู่ตามปั้ม

อันที่จริงแล้วเมื่อติดแก๊สเครื่องยนต์ไม่ได้วิ่งดีขึ้นหรือมีอัตราความ ประหยัดของเครื่องยนต์มากขึ้นอย่างที่คุณหวังเอาไว้ เพียงแต่เมื่อหันไปใช้พลังงานจากแก๊สแล้วค่าใช้จ่ายที่คุณต้องควักเงินออก จากกระเป๋าต่อหน่วยพลังงานนั้นจะน้อยลง และหากใครใช้รถแก๊สกันอยู่ คงจะพอรู้ว่าแก๊สเต็มปริมาตร 1 ถัง จะวิ่งได้น้อยกว่าน้ำมันประมาณ 100-200 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากพูดแล้วคุณอาจจะต้องเติมแก๊สมากกว่าน้ำมันเสียอีก แม้จะราคาถูกกว่าก็ตามเถอะ

แก๊สทำให้คุณตายผ่อนส่งโดยไม่รู้ตัว
หลายคนที่ติดแก๊สมัก จะคิดว่าแก๊สไม่น่าจะมีผลอะไรต่อสุขภาพเมื่อดูจากการติดตั้งที่เราจะเห็นได้ ถึงความปลอดภัยมั่นใจได้ แถมมีวิศวกรเซ็นใบรับรองอีกต่างหาก ทว่าสิ่งที่หลายคนลืมตระหนักนึกถึงไปยังมีอีกมาก และหนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างสุขภาพด้วยสิ เพราะ แก๊สไม่ได้แค่ติดไฟได้แต่ยังมีอันตรายต่อสุขภาพด้วย

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวัตถุอัตรายและเคมีภัณฑ์ ภายใต้หน่วยงานกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลถึงอันตรายของก๊าซที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพว่าCNG หรือก๊าซธรรมชาติ ที่บางคนอาจจะรู้จักในนาม NGV นั้น หากสูดดมหายใจเข้าไปสะสมเป็นปริมาณมากๆ จะก่อให้เกิดอาการหายใจติดขัดอย่างรุนแรง, ปวดศีรษะ, วิงเวียน และอาจหมดสติได้ และหากสัมผัสถูกตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง

ในขณะที่ก๊าซยอดฮิตตลอดกาลอย่าง LPG ก็ มีผลกระทบไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเริ่มจาก การหายใจเข้าไป อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการกระตุกสั่น ปวดและเวียนศีรษะ เซื่องซึม สายตาพร่ามัว เมื่อยล้า อาการชักกระตุกอย่างแรง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว อาจหยุดหายใจทันทีและถึงแก่ความตาย หากสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง จะทำให้เนื้อเยื่อตาย เช่นเดียวกับการสัมผัสถูกตาก็จะให้ผลเช่นเดียวกันและอาจทำให้ตาบอดได้

แม้ในความเป็นจริงคงไม่มีใครนึกอยากสูดก๊าซพวกนี้เข้าไป แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เราเข้าไปเติมก๊าซเราก็มักจะได้กลิ่น หมายถึงว่าเราสูดดมไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะเป้นในปริมาณที่น้อย แต่หากเราต้องเข้าไปเติมกันบ่อยๆ มันก็น่าคิดใช่ไหม แถมเกิดก๊าซรั่วหรือใครที่จูนแก๊สหนาๆ จนมีกลิ่นเข้ามาในห้องโดยสาร อันนี้ควรรีบตรวจสอบให้ดี

แก๊สทำให้รถคุณไร้ค่า
เมื่อถึงเวลาต้องก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ดีกว่า คนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะขายรถคันเดิมเพื่อซื้อคันใหม่ที่ให้ความสะดวกสบาย มากกว่า ความจริงแล้วมันก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดา แต่เมื่อไรที่คุณเลือกที่จะขายรถติดแก๊สคันโปรดคู่ใจแล้ว บรรดาคนซื้อทั้งหลายโดยเฉพาะเต๊นท์ก็มักจะกดราคาด้วยข้ออ้างเพียงว่า ?มันเป็นรถแก๊ส?

ทั้งที่จริงแล้วข้ออ้างดังกล่าวฟังไม่ขึ้นสำหรับผู้เป็นเจ้าของรถ แต่จากที่ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในวงการไฟแนนซ์ชั้นนำ ก็เลยทำให้ได้ทราบว่า ที่บรรดาเต๊นท์ต่างกดราคาและขยาดในการรับซื้อรถติดแก๊สไปขายนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากสถาบันการเงินที่คนอยากซื้อรถส่วนมากต้องยื่นขอสินเชื่อนั่นเอง

เป็นที่น่าแปลกว่าบรรดากลุ่มสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเหล่านี้ พวกเขาต่างก็เข็ดขยาดกับรถยนต์ติดแก๊ส แม้จะไม่มีทางทราบได้เลยว่า ไฉนรถติดแก๊สถึงได้ดูถูกดูแคลนมากมายถึงขนาดบางแห่ง ปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อสำหรับรถติดแก๊ส หรือไม่ก็ต้องมีการค้ำประกันเพิ่มเติมเช่นโฉนดที่ดิน เพื่ออะไรเราก็มิอาจทราบ แต่เราคาดว่าในสายตาของบรรดาสถาบันการเงิน คงมองว่า การใช้รถติดแก๊สนั้นมีความเสี่ยง ผู้ใช้อาจมีสิทธิ์เสียชีวิตได้สูง

แก๊สอาจจะทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่
ข้อนี้เป็นเรื่อง แปลกแต่จริงที่ทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับนักกฏหมายที่คร่ำวอดในการว่าความ คดีต่างๆ ซึ่งเขาได้เล่าให้เราฟังถึงคดีจราจรเคสหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างรถยนต์ติดแก๊สกับรถยนต์ธรรมดาเฉี่ยวชนกันตามภาษา การจราจรวุ่นวายในบ้านเรา ทีแรกก็เป็นคดีปกติแถมรถแก๊สเป็นฝ่ายถูกด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนเรื่องเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่เมื่อรถติดแก๊สเกิดเหตุเพลิงไหม้และ วอดกลายเป็นเถ้าถ่านในที่สุด

เรื่องมันกับตาลปัตรตรงที่ความจริงแล้วจากสถานการณ์รถแก๊สน่าจะต้องได้รับ การชดใช้ค่าเสียหายจากคู่กรณีเป็นเงินจำนวนมากอยู่ ทว่าพอคดีเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน เนื่องจากยอมความกันไม่ได้ กลับกลายเป็นว่าเจ้าของรถติดแก๊สนั้น ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนคู่กรณี เนื่องจากมีการพิจารณาแล้วเห้นพ้องว่า ทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต สรุปว่า เจ้าของรถแก๊สซวย 2 ต่อ ไหนรถจะไม่มีขับแถมต้องจ่ายเงินให้คู่กรณีอีกต่างหาก เคราะห์ดีว่ารถมีประกันภัยไม่งั้นมีหวังกระเป๋าฉีกแน่ๆ

เหตุผลทั้ง 5 ข้อ ที่วันนี้เรานำมาเล่าสู่กันฟังอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กในสายตาหลายๆคน แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรกับพลังงานทางเลือกอย่างแก๊ส ที่ชั่วโมงนี้แทบปฏิเสธไม่ได้ เราก็ควรจะศึกษามันให้ดีก่อนที่จะเสียเงินทำการใดๆ มิเช่นนั้นปัญหาที่คุณไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นกับคุณ

ที่มาข้อมูลและภาพ banprak-nfe.com

12 มิ.ย.

เลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับรถของคุณ

ยางรถยนต์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ การเลือกและใช้ยางจึงต้องมีเทคนิคเพื่อความเหมาะสมกับรถของเรา ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายท่านโดยเฉพาะคุณผู้หญิงอาจไม่มีความรู้ด้านการ เลือกและการดูแลยางรถยนต์เท่าไรนัก มีรถก็ใช้ขับไปเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทียางรถล้านไปเสียแล้ว วันนี้ผมมีวิธีการเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับรถยนต์ ผนวกไปกับการดูแลยางรถยนต์ง่ายๆ มาฝากครับ

ขนาดของยาง
ยางสำหรับรถยนต์นั่งทั่วไปจะมีขนาดบอกไว้บนแก้มยาง ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เช่น 195/60R15 ถ้าเปลี่ยนเป็นยางขนาดเดิมก็เลือกเพียงยี่ห้อหรือรุ่นที่ต้องการเท่านั้น แต่ถ้าหากต้องการเพิ่มทั้งการเกาะถนน และเพิ่มความสวยงามด้วยการเปลี่ยนขนาดล้อและบางให้ใหญ่ขึ้นโดยไม่เปลี่ยนกระทะล้อ ก็อาจเพิ่มความกว้างของยางขึ้นอีก 10 มิลลิเมตร หรือสูงสุดไม่เกิน 20 มิลลิเมตร โดยทุกๆ 10 มิลลิเมตรของความกว้างที่เพิ่มขึ้น ต้องลดความสูงของแก้มยางลง 5 ซีรีส์ เพื่อให้ยางที่เปลี่ยนใหม่มีความสูงใกล้เคียงยางเดิม

การดูแลรักษายางรถยนต์
ขั้นตอนที่ 1 การทำให้ยางมีความสมดุลกัน
สังเกตว่าล้อรถของคุณติดตุ้มถ่วงล้อลงบนยางรถหรือไม่ เพราะน้ำหนักของตุ้มนี้เหล่านี้จะทำให้ยางมีหน้าสัมผัสเท่ากัน ถ้าพบว่ามันสั่น อาจต้องรีบไปตั้งศูนย์ถ่วงล้อ หรือนำรถส่งช่างเพื่อตรวจเช็ค

ขั้นตอนที่ 2 มั่นใจว่าล้ออยู่ในสภาวะสมดุล
การปรับให้สมดุลของล้อทั้ง 4 ให้อยู่ในระดับเดียวกัน ช่วยให้คุณมั่นใจว่ารถสามารถวิ่งได้อย่างราบรื่น และช่วยให้งานทำงานเข้ากันได้ดี อีกทั้งสร้างสมดุลให้กับรถยนต์ได้ แต่ถ้ารถที่คุณใช้เป็นแบบ 4 ล้ออิสระจากกันจะต้องมีการปรับตั้งทุกล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งล้อคู่หน้า การปรับตั้งความสมดุลเป็นตัวหลักในการกำหนดอายุของยาง และทำให้การทำงานของรถยนต์ประสานกันได้ดี คุณต้องตรวจยางปีละสองครั้ง เมื่อไรก็ตามที่ดอกยางของล้อไม่สม่ำเสมอ หรือขับรถแล้วไม่ตรงทางเป็นการกินเลนด้านซ้ายหรือขวาแสดงว่าถึงเวลาที่ควรจะตรวจสอบยางได้แล้ว

ขั้นตอนที่ 3 สลับยาง
ขั้นตอนนี้ต้องทำบ่อยกว่าขั้นตอนอื่นอยู่สักหน่อย เพื่อที่จะให้ยางอยู่ในรูปทรงที่ดีนานทีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บริษัทยางส่วนใหญ่จะบอกให้ทำการสลับยางทุกๆ 10,000 กม. โดยประมาณ สำหรับรถที่ไม่ได้ขับบ่อยๆหรือรถขับเคลื่อนล้อหน้า เราแนะนำว่าควรสลับยางทุกๆ 15,000 กม. เป็นอย่างน้อย ควรตระหนักอยู่เสมอว่ายางประเภทต่างๆใช้ระยะเวลาในการสลับยางต่างกัน ควรดูจากคู่มือรถประกอบ

ดอกยาง
ดอกยางสำหรับรถยนต์นั่ง แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เน้นความนุ่มนวลและมีเลียงรบกวนน้อย ดอกยางจะละเอียด ร่องยางแคบและถี่เพราะเน้นการรีดน้ำหรือฝุ่น ทราย สามารถสะบัดออกด้านข้างได้เร็วและมากที่สุด ส่วนยางที่เน้นการเกาะถนน ประเภทรถสปอร์ต ดอกยางจะมีลักษณะเป็นก้อนใหญ่ ร่องยางกว้างและอยู่ห่างกัน เพื่อเก็บน้ำที่ถูกรีดออกจากหน้ายาง เวลาขับบนทางเรียบแห้งจะมีเสียงดังกว่ายางในกลุ่มแรก หากรถของคุณเป็นประเภทออฟโรดลุยโคลน หิน หรือวิบาก ดอกยางควรบั้งใหญ่ ร่องห่าง เน้นการสลัดโคลน หิน น้ำ แต่ราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียวครับ

นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์สำหรับเส้นทางกึ่งลุยกึ่งเรียบ ดอกยางควรเป็นแบบกึ่งหรือผสม ระหว่างยางสำหรับถนนเรียบและลุย คุณสมบัติและประสิทธิภาพทุกด้านก่ำกึ่งระหว่างยาง 2 ประเภท ใช้งานบนทางเรียบก็เกาะถนนพอใช้ได้ และมีเสียงรบกวนบ้าง หากนำไปลุยหนักๆจะไม่ค่อยไหว เหมาะสำหรับการใช้งานบนเส้นทางลูกรัง หรือออฟโรดที่ถูกนำไปลุยแบบเบาๆ เป็นครั้งคราวเท่านั้น

แก้มยางเสริมพิเศษ
ยางหลายรุ่นมีการเสริมเนื้อของแก้มยางใกล้กับขอบกระทะล้อเป็นขอบนูนเล็กๆ เพื่อป้องกันขอบล้อแม็กเสียโฉมเมื่อขับเบียดขอบทางเท้า มักมีใช้ในแก้มยางเตี้ยเป็นส่วนใหญ่ ช่วยให้ใช้งานในเมืองได้สบายใจขึ้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการเกาะถนนครับ

ที่มาข้อมูลและภาพ toyotabuzz.com

11 มิ.ย.

5 วิธีดูแลแอร์หน้าร้อน

ระบบแอร์แม้จะไม่ใช่ระบบที่เป็นตัวบทสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนรถยนต์หนึ่งคัน แต่ถือว่าสำคัญต่อคนขับมากๆ? แต่ด้วยความที่ระบบแอร์รถยนต์นั้นเป็นระบบปิด (หมุนเวียนภายในเท่านั้น) ถ้ารถคุณไม่ได้มีปัญหาจริง แค่ดูแลรักษาง่าย 5 ข้อก็คงเพียงพอ

1.เช็กน้ำยาแอร์ ในหน้าหนาวเราอาจจะไม่เคยรู้สึกร้อนอะไรมากมายนัก เพราะอากาศภายนอกช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานแอร์ไปส่วนหนึ่ง แต่เมื่อหน้าร้อนคุณจะรู้ได้ทันทีว่าระบบแอร์คุณมีปัญหาหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดูนี้ รถใครเย็นแบบชืดๆ ไม่ฉ่ำ ก็ได้เวลาเปิดฝากระโปรงตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์ การดูระดับน้ำยาแอร์นั้น คุณสามารถดูได้ที่กรองแอร์ ซึ่งอยู่ในบริเวณแผงระบายความร้อนทางด้านหน้ารถ โดยกรองแอร์หรือที่บางคนเรียกว่า Dryer นี้จะมีช่องตรวจสอบน้ำยา โดยสังเกตผ่านตาแมวที่เป็นกระจกใส่ว่า ถ้าเราเริ่มเห็นฟองอากาศ แสดงว่าน้ำยาแอร์เริ่มน้อย กลับกันถ้าน้ำยายังมากกระจกจะค่อนข้างใส ซึ่งโดยปกติแล้วเราต้องเติมน้ำยาแอร์เป็นประจำทุกๆ 2 ปี

2.ตรวจเช็กรอยรั่วของระบบ บางครั้งสาเหตุที่แอร์รถยนต์ไม่เย็นนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากระบบเกิดรอยรั่ว ซึ่งโดยทั่วไประบบแอร์จะไม่สามารถรั่วเองได้ เว้นแต่จะมีการสึกหรอของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะแผงระบายอากาศไปจนถึงโอริงตัวเล็กที่ประกบอยู่ระหว่างชุดท่อแอร์ข้างใน การสังเกตว่าแอร์รถของท่านรั่วหรือไม่นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยดูจากรอยรั่วที่น้ำยากระทำต่อนวมแอร์ หรือมีคราบสกปรกในบริเวณต่างๆ ที่ใกล้กับท่อแอร์ ซึ่งคราบเหล่านี้เกิดจากน้ำยาแอร์ แต่กรณีที่รถของท่านเกิดไม่มีรอยน้ำยาเหล่านี้แต่น้ำยาแอร์พร่อง หาย อาจเป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1. น้ำยาแอร์ต่ำ และ 2. อุปกรณ์ในระบบที่ไม่ใช่ชุดท่อแอร์รั่ว ซึ่งเราจำเป็นต้องติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
3.ล้างแอร์ ถ้าคุณคิดว่ารถคุณปกติ ก็ได้เวลาไปล้างแอร์กัน ปัจจุบัน การล้างแอร์นั้น สามารถทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องถอดตู้แอร์ออกมาให้ยุ่งยากวุ่นวาย ซึ่งหากคุณมีโอกาส ค่าใช้จ่ายครั้งละ 1,500 บาทต่อครั้ง อาจจะทำครั้งละ 1 ปี ถือว่าไม่ใช่เงินที่เยอะเลย และนอกจากลมแอร์จะดีขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาสุขภาพของคุณและผู้โดยสารด้วย

4.ล้างรถ หลายคนอาจจะงง มันไปเกี่ยวอะไรกับการล้างรถ แต่นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราแนะนำให้คุณไปร้านล้างอัดฉีดที่มีเครื่องน้ำพ่นแรงๆ แล้วบอกเน้นย้ำเขาให้จัดการกับแผงระบายความร้อนด้านหน้ารถคุณ ซึ่งทุกวันที่คุณขับ นอกจากเศษฝุ่น คราบใบไม้แล้ว บางทีอาจจะแถมสัตว์ประหลาดมาด้วยนั้น จะถูกหมักความสกปรกไว้ตรงนี้ทั้งหมด ซึ่งการล้างอัดฉีดเป็นวิธีเดียวที่ช่วยได้ และถึงมันไม่เกี่ยวกับระบบปรับอากาศรถยนต์โดยตรง แต่การที่เราขจัดคราบฝุ่น-เศษขยะไปได้ก็ช่วยการระบายความร้อนของน้ำยาดีขึ้น และแน่นอนแอร์เย็นเร็วขึ้นด้วย

5.ร้านแอร์รถยนต์ หลังจากที่เราเสร็จการเช็กด้วยตัวเราเองแล้ว ก็ได้เวลาไปแวะเยี่ยมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้เขาตรวจสอบอีกครั้งเป็นการเช็กซ้ำ เพราะการที่เราเช็กด้วยตัวเองบางครั้งไม่ใช่ว่าจะรู้ไปเสียทั้งหมด การที่เราเช็กมาก่อนหน้านี้นั้น ช่วยให้เรารู้ถึงปัญหาก่อนที่จะเข้าร้าน