หมวดหมู่: Uncategorized

สอนลูกเคารพงาน ลิขสิทธิ์ผู้อื่น

ชี้ “เน็ต” กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพุ่ง

       เป็นปัญหาที่ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” กับ “การละเมิดลิขสิทธิ์” เพราะสังคมไทยยุคใหม่ ถูกเบียดเสียดด้วยโลกออนไลน์จนแทบจะหาที่ว่างไม่เจอ ทำให้ “อินเทอร์เน็ต” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนมากขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งบางครั้งอาจเป็นผลเสียทำให้เด็กไทยติดนิสัย “ก็อปปี้-เพสต์” หรือ “โหลด ไรท์ จ่าย แจก” โดยรู้ไม่เท่าทันว่า พฤติกรรมเหล่านี้ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว

       เรื่องลิขสิทธิ์ ถือเป็นหัวข้อสำคัญที่พ่อแม่จะต้องสอนลูกตั้งแต่เล็ก และเพื่อลดพฤติกรรมนิยม “ลูกช่างก็อป” ข้างต้น “ปัจฉิมา ธนสันติ” อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ให้ความรู้ในประเด็นอันน่าสนใจนี้ว่า “ลิขสิทธิ์” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้า เปิดวิทยุฟังเพลง บทเพลงก็เป็นงานลิขสิทธิ์ เปิดโทรทัศน์ดูข่าว ภาพข่าวก็เป็นงานลิขสิทธิ์ หรือเด็กๆ บางคนชอบดูการ์ตูน ตัวการ์ตูนก็ถือเป็นงานลิขสิทธิ์เช่นกัน

       ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เด็กทุกคนอยู่ใกล้ชิดกับงานลิขสิทธิ์มาก แต่บางครั้งขาดความเข้าใจว่าคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องสอนลูก ลดพฤติกรรมละเมิดงานของคนอื่น

       สอนลูกเข้าใจ “ลิขสิทธิ์” เริ่มต้นจากตัวลูก

       สำหรับการปลูกฝังลูกตั้งแต่เด็ก ถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา แนะแนวทางว่า เด็กส่วนใหญ่จะมีจินตนาการเป็นของตัวเอง ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ที่ชอบเล่นตุ๊กตา พ่อแม่อาจให้เด็กวาดรูปตุ๊กตา หรือรูปอื่นๆ ตามจินตนาการของเด็ก จากนั้น อธิบายให้ลูกฟังว่า ผลงานที่ลูกสร้างสรรค์ขึ้น ลูกได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว เพราะถ้าหากใครสร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์ จะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติโดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่ทั้งนี้ตัวการ์ตูนที่วาดจะต้องไม่ใช่ตัวการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว

       นอกจากนี้ พ่อแม่ที่ชอบเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เด็ก สามารถสอดแทรกเรื่องลิขสิทธิ์เล็กๆ ลงไปได้ เช่น เวลาอ่านนิทาน ไม่ควรเปิดหนังสือ แล้วเล่าให้ลูกฟังอย่างเดียว แต่ควรบอกลูกตั้งแต่ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง หรือคนเขียนนิทานเล่มนี้ด้วย เพื่อให้เด็กได้รู้ว่า หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ฟังนั้น เป็นหนังสือที่มีเจ้าของ

       อย่างไรก็ตาม คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่า เด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่จะมีแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ แทนการเข้าห้องสมุด ทำให้เวลาทำการบ้าน หรือทำรายงาน มักจะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์นั้นๆ มาทั้งดุ้น ซึ่งมีจำนวนน้อยที่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ค้นหาข้อมูลร่วมกับลูก โดยเฉพาะ

ลูกเล็ก ควรสอนเรื่องนี้เป็นพิเศษเช่น สอนให้ลูกเคารพข้อมูลของคนอื่น ด้วยการระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจน

       แต่สำหรับเด็กโต อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้แนวทางว่า คุณพ่อคุณแม่อาจยกตัวอย่างให้ลูก

เห็นว่า งานลิขสิทธิ์ที่ใช้เพื่อความบันเทิง เช่น ฟังเพลง เล่นเกม แผ่นหนัง หรือแผ่นเพลงนั้น สิ่งเหล่านี้ กว่าจะสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงาน ต้องใช้ความพยายาม และระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากไม่มีคนเขียนเพลง คนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เด็กๆ ก็จะไม่มีเพลงฟัง หรือไม่มีคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกม ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยากต่อการทำความเข้าใจแก่เด็ก

       “การทำให้เด็กรู้จักงานลิขสิทธิ์ ควรเริ่มจากการส่งเสริมให้เด็กเป็นเด็กช่างคิด ช่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ลูกได้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของงานสร้างสรรค์ที่มาจากความอุตสาหะของตนเอง เช่น แต่งนิทาน หรือแต่งเพลงด้วยตัวเอง โดยทั้งนี้พ่อแม่อาจส่งเสริมให้ลูกมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากงานสร้างสรรค์ชของลูกเองก็ได้ นั่นจะช่วยให้เด็กเคารพ และระวังที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของคนอื่นในอนาคตต่อไป”

       “ดังนั้นลิขสิทธิ์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเด็กจะดูตัวอย่างจากคนใกล้ตัว หรือสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรละเลย พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก หากพ่อแม่ยังซื้อซีดีเพลงมาเปิดให้ลูกฟัง หรือซื้อภาพยนตร์การ์ตูนมาเปิดให้ลูกดู ก็ควรซื้อของที่มีลิขสิทธิ์ รวมทั้งไม่สนับสนุนให้ลูกก๊อปปี้ซีดีเพลง ภาพยนตร์ หรือหนังสือเรียน เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้งานลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง” อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ astvผู้จัดการ

8 พฤติกรรมไม่เหมาะสมเล่นน้ำสงกรานต์

เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2556 จะมีประชาชนออกมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก จึงขอฝากข้อห่วงใยกับพี่น้องประชาชน ถึงพฤติกรรมต้องห้ามเมื่อเล่นน้ำสงกรานต์ 8 ข้อ ด้วยกัน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึง พฤติกรรมต้องห้ามเมื่อเล่นน้ำสงกรานต์ 8 ข้อ ด้วยกัน คือ

1.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะหากผู้เล่นดื่มในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ขาดสติและเกิดอุบัติเหตุได้

2.ไม่สาดน้ำบนรถกระบะ การเล่นสงกรานต์โดยการนำถังน้ำใส่ท้ายรถกระบะ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยไม่ควรลุกยืนขณะที่รถวิ่ง ไม่ควรบรรทุกคนจนน้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้พลัดตกจากรถ หรือรถเสียการทรงตัวได้

 3.ไม่สาดน้ำเย็น แม้ว่า “น้ำ” คือพระเอกในวันสงกรานต์ แต่การสาดน้ำกันแรงๆ หรือสาดด้วยน้ำเย็น อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ ควรเล่นกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และหากน้ำที่ใช้เล่นนั้นไม่สะอาด อาจมีเชื้อโรคเข้าไปในหูและเกิดการอักเสบได้

4.ไม่เปิดเพลงเสียงดัง ไม่ควรเปิดลำโพงเสียงดังจนรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะในยามวิกาล

 5.ไม่เล่นแป้ง แป้งดินสอพองบางชนิดมีส่วนผสมของสารโพรฟีลีน ตะกั่ว ปรอท หรือการผสมสี  ซึ่งล้วนแต่มีอันตรายต่อร่างกาย และอาจทำให้ทัศนะวิสัยการขับขี่ไม่ดี จนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

6.ไม่แต่งตัวยั่วตัณหา ผู้หญิงต้องไม่ใส่เสื้อบาง รัดรูป หรือนุ่งสั้น เสื้อผ้าที่ใส่ ควรเป็นสีเข้มๆ เช่น ดำ น้ำเงิน เพราะสีเหล่านี้เมื่อโดยน้ำจะไม่สามารถมองเห็นรูปร่างภายในของผู้หญิงได้ชัดเจน

 7.ไม่ฉวยโอกาส ชายหนุ่มบางคนใช้โอกาสเล่นน้ำสงกรานต์ลวนลามผู้หญิง มักจะเล่นแป้งโดยพุ่งไปที่แก้มของสาวๆ หรือบางคนอาจลูบคลำทำอนาจาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทได้อีกด้วย

8.ไม่นำสิ่งของมีค่าติดตัวมากๆ เช่น กระเป๋า นาฬิกา โทรศัพท์ควรใส่ซองกันน้ำ และเก็บให้มิดชิด

โดยทั้ง 8 ข้อนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งบางข้ออาจผิดกฎหมาย หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นได้ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายได้อีกด้วย

ที่มา : เว็บไซต์มติชนออนไลน์

Translate »