Tag: ภูมิแพ้

ทานอย่างไร? ปฏิบัติตัวแบบไหน? ให้ปลอดภัยจากภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เป็นโรคเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ พบมากเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย พบได้มากทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และพบมากกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมือง เพราะสังคมเมืองอากาศมักจะเต็มไปด้วยมลพิษ ฝุ่นละอองที่สกปรก เมื่อเราหายใจเข้าไปบางครั้งอาจจะทำให้เราเกิดอาการไอ จาม คัดจมูกได้โดยทันที

นอกจากนั้นอาการภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นได้จากการที่ร่างกายแพ้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เช่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ฝุ่นละออง อาหารทะเล เป็นต้น และถ้าร่างกายของเราได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะผ่านทางจมูก ทางปาก ทางผิวหนังก็จะทำให้ร่างกายของเราเกิดปฏิกิริยาต่อต้านทันที ด้วยการคันตามร่างกาย เยื่อบุจมูกบวมแดงทำให้น้ำมูกไหล จาม หลอดลมอักเสบและไอ

สำหรับคุณผู้อ่านคนไหนที่ไม่อยากจะป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็ควรดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ สงสัยใช่ไหมว่าอาหารที่มีประโยชน์จะมีอะไรบ้าง

กรดไขมันโอเมก้า 3

สำหรับโอเมก้า 3 จะพบมากในพวกเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง ผักใบเขียวต่าง ๆ รวมถึงปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นอย่างปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทะเลต่าง ๆ

แมกนีเซียม

พบมากในถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง รวมถึงในเต้าหู ผักกวางตุ้ง สาหร่ายทะเล และผักใบเขียวต่าง ๆ ยิ่งเราทานอาหารที่มีสารอาหารประเภทนี้มากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้เราห่างไกลโรคหืดหอบ อีกทั้งยังชวยป้องกันไม่ให้เราป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบอีกด้วย

วิตามินซี

วิตามินซีขึ้นชื่อในเรื่องของการป้องกันการเป็นไข้หวัดและภูมิแพ้มาก สังเกตเห็นได้จากเวลาที่เราไม่สบายหมอจะบอกให้เราทานวิตามินซีให้เยอะ ๆ ซึ่งวิตามินซีจะพบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สตรอเบอร์รี่ กีวี ส้ม มะเขือเทศ มะนาว เป็นต้น

ควอร์ซิติน

ควอร์ซิตินมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ พบมากในหัวหอม แอปเปิ้ล และชาเขียว

สำหรับอาหารต้องห้ามที่คนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ห้ามทานเลยก็คือ อาหารที่มีเกลือเป็นส่วนผสม อาหารที่มีมันโปรตีนจากไข่และนม รวมทั้งมัสตาร์ด เนยถั่ว และน้ำมันเนย เพราะถ้าขืนเราทานเข้าไปอาจทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมาหนักมากกว่าเก่าได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงไปทานพวกผักและผลไม้จะดีที่สุด

การทำความสะอาด

นอกจากการดูแลเรื่องของอาหารการกินแล้วก็ควรให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวของเราด้วย เช่น การทำความสะอาดบ้าน เพราะการที่บ้านสกปรกมีฝุ่น มีเชื้อราฝังแน่นอยู่ตามผนัง ฝ้าเพดาน อาจจะทำให้เราป่วยเป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรังและไม่หายขาด

ทางที่ดีที่สุดเราควรดูแลเรื่องความชื้นภายในบ้าน เช่น รักษาความสะอาดของห้องน้ำและห้องครัว ไม่ให้เปียก แฉะ อับชื้น และไม่ควรปลูกต้นไม้ชิดตัวบ้าน เพราะการที่เราปลูกต้นไม้ชิดตัวบ้านมากเกินไป อาจทำให้รากของต้นไม้นำความชื้นไปสู่ฐานของบ้านได้

ถ้าบ้านไหนมีเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ ควรหมั่นทำความสะอาดทุก 3 เดือน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และถ้าเลี้ยงสัตว์เช่น หมา แมว ก็ควรนำไปเลี้ยงไว้นอกบ้านและหมั่นทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ

ที่มา : women’s story

“ภูมิแพ้” ฝันร้ายของคนเมืองหลวง

สถิติพบมีคนเป็นโรคภูมิแพ้ทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน เมืองไทยมีถึง 12 ล้านคนที่เป็นโรคภูมิแพ้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีแนะหมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้โดยตรง

นพ.กฤช ศิริมหาราช กล่าวว่า จากสถิติพบว่ามีคนเป็นโรคภูมิแพ้ทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน โดยในเมืองไทยมีถึง 12 ล้านคนหรือกว่าครึ่งประเทศที่เป็นโรคภูมิแพ้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งคนในเมืองจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากจากมลภาวะเป็นพิษและไลฟ์สไตล์ที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดโรค เช่น ทำงานหนัก ออกกำลังกายน้อยรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหาร รวมไปถึงการตกแต่งบ้าน หรือที่ทำงาน เช่น ติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การแต่งบ้านด้วยพรมเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนสัตว์ กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรีย ตัวการสำคัญของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นที่แฝงตัวในที่นอน โซฟา พรม ซึ่งอาศัยอาหารอย่างรังแค ผิวหนัง น้ำลาย และเหงื่อของคนและสัตว์เลี้ยงช่วยในการเจริญเติบโต

อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เริ่มตั้งแต่คัดจมูกมีน้ำมูกไหล จาม เป็นไข้ และอาการรุนแรงถึงขั้นหอบ และอาจช็อกได้ ซึ่งโรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก

ดังนั้นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน เช่น ลดความเครียfเรื่องต่างๆ หมั่นออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้โดยตรง ไม่สัมผัสฝุ่น พยายามจัดสิ่งแวดล้อมที่ทำงาน ที่บ้านให้เสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยการจัดห้องให้โล่ง แสงแดดเข้าถึง อากาศถ่ายเทสะดวก เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนเป็นประจำ รวมไปถึงฟูกที่นอนควรนำไปตากแดดทุกสัปดาห์ ส่วนพรมและโซฟาควรมีเครื่องดูดฝุ่นที่แยกกันชัดเจนไม่ควรใช้ปะปนกัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์