ป้ายกำกับ: ความรู้เกี่ยวกับสิว

การเป็นสิว สามารถบอกได้ว่า สุขภาพส่วนไหนกำลังแย่

ตำแหน่งการขึ้นของสิว กับความสัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆ ว่า

1. ขึ้นที่หน้าผากด้านซ้าย เกี่ยวกับอวัยวะการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต สาเหตุคือ มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด

2. ขึ้นที่หว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ สาเหตุคือ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส กินอาหารรสจัด หรือกินอาหารดึกเกินไป

3. ขึ้นที่หน้าผากด้านขวา เกี่ยวกับอวัยวะการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ต่อมหมวกไต สาเหตุคือ มีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด

4. ขึ้นที่ใบหูทั้ง 2 ข้าง อวัยวะที่เกี่ยวข้องคือ ไต สาเหตุคือ ล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือกินเนื้อสัตว์มากเกินไป

5. ขึ้นที่แก้มทั้ง 2 ด้าน แก้มส่วนบนเกี่ยวกับไซนัสและปอด แก้มส่วนล่าง เกี่ยวกับเหงือกและฟัน สาเหตุคือ สูบบุหรี่จัด แพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง ใช้รองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้ม อาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอด หรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่าง อาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน รวมทั้งโทรศัพท์ไม่สะอาด

6. ขึ้นที่รอบดวงตา 2 ข้าง เกี่ยวกับอวัยวะไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุอาจมาจาก เครื่องสำอาง แว่นตา การมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก พักผ่อนน้อย หรืออาการภูมิแพ้ และขาดสารอาหาร

7. ขึ้นที่จมูก และเหนือริมฝีปาก เกี่ยวกับอวัยวะหัวใจ และระบบสืบพันธุ์ สาเหตุถ้ามีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจบ่งบอกถึงโรคความดันโลหิตสูง ผลกระทบจากฮอร์โมน การมีประจำเดือน และวัยทอง

8. ขึ้นที่ใต้ริมฝีปากด้านซ้ายและขวา เกี่ยวกับอวัยวะรังไข่ สาเหตุคือ อาจทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ หรือมาจากความสมดุลทางฮอร์โมน หากมีปัญหาการอุดตันช่วงใบหู แสดงว่าฟันกรามมีปัญหา อาจจะเพิ่งทำฟันมา รวมทั้งการมีประจำเดือนด้วย

9. ขึ้นที่ปลายคาง เกี่ยวกับอวัยวะ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก สาเหตุคือ กินอาหารรสจัดไป จนทำให้ลำไส้มีปัญหาในการดูดซึม

10. ขึ้นลำคอและหน้าอก มีสาเหตุมาจากความเครียด

ขอบคุณข้อมูล : นสพ.ไทยโพสต์

ความรู้เกี่ยวกับสิว

สิวเป็นโรคผิวหนังที่เริ่มพบได้บ่อยในวัยรุ่น เกิดจากสาเหตุร่วมกันคือ การอุดตันในรูขุมขนเกิดเป็น โคมิโดน(สิวเสี้ยน) การขยายขนาดและการหลั่งไขมันเพิ่มของต่อมไขมัน ร่วมกับเชื้อแบคทีเรียในขุมขนทำให้เกิด การอักเสบ เป็นตุ่มหนอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
1. กรรมพันธุ์/อายุ จะพบมากในวัยหนุ่มสาวเนื่องจาก ฮอร์โมนเพศมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน
2. ยา / เครื่องสำอางบางอย่าง เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด สบู่บางอย่าง น้ำมันแต่งผม ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน
3. การระคายเคือง เช่น การเสียดสี ถูไถ การนวดหน้า การล้างหน้า เป็นต้น
4. อารมณ์เครียด ความกังวล ทำให้สิวเห่อได้
5. อาหารบางชนิด อาจมีส่วนกระตุ้น เช่นผู้ป่วยบางรายจะสังเกตพบว่าสิวเห่อจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ถั่ว ของหวาน ของมันๆ ช็อกโกแลต
6. ผู้หญิงหลายคนสังเกตว่า ช่วงมีประจำเดือนสิวเห่อมากขึ้น ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

การปฏิบัติตน
1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอางที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า
2. ล้างหน้า ฟอกสบู่อ่อนเพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะจะระคายรูขุมขนและทำให้สิวเห่อ/อักเสบ ขึ้นได้
3. หากต้องใช้เครื่องสำอางหรือโลชั่น ควรเลือกใช้ ชนิดOil-free ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (nonacnegenic) และไม่ก่อการอุดตัน (noncomedogenic)
4. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตกเอง เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง ทำให้เกิดแผลเป็นได้
5. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด หรือวิตกกังวลเกินไป
6. ถ้าเป็นสิวหัวหนอง หรือมีการอักเสบมาก ควรพบแพทย์เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นจากสิว

การรักษาสิว ผู้ป่วยควรจะเข้าใจว่า การรักษาสิวต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการขจัดการอุดตันของรูขุมขน โดยทั่วไปต้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอนาน 6-8 สัปดาห์ ก่อนจะเริ่มเห็นผลดีขึ้น และมักต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายเดือน

ชนิดของยาแก้สิว
1.ยาทาช่วยลดความมันบนใบหน้าจะลดการอุดตันและการอักเสบได้บ้าง : AHA BHA แป้งน้ำ
2.ยาละลายการอุดตันและโคมิโดน เช่น ยาทากรดวิตามินเอ
3.ยาทาที่ชวยลดเชื้อแบคทีเรียในขุมขน และ ยาทาปฏิชีวนะ ในสิวอักเสบเป็นตุ่มแดง : benzoyl peroxide, clindamycin
4.ยารับประทาน ควรใช้กรณีมีสิวอักเสบมาก หรือมีแผลเป็น โดยยาที่ใช้มักเป็นยากลุ่มปฏิชีวนะ, ยารับประทานวิตามินเอสังเคราะห์ เป็นต้น เนื่องจากยารับประทานรักษาสิวมักจะต้องใช้ติดต่อเป็นเวลาหลายเดือน และพบผลข้างเคียงได้ ดังนั้นควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งการรักษา การใช้ยาทารักษาสิว

ยาทาสิวเกือบทุกชนิดอาจทำให้เกิดอาการผิวแดง แห้ง ลอกเล็กน้อยในระยะแรก
บางคนอาจมีสิวเห่อขึ้นได้ในระยะแรก
1. อย่าทายาทันทีหลังล้างหน้าใหม่ๆ ควรรอ 20-30 นาที ให้ผิวแห้งก่อนจะช่วยลดอาการระคายเคืองจากยา
2. ใช้ยาปริมาณเพียงเล็กน้อยทาทั่วบริเวณที่เป็นสิวหลีกเลี่ยงบริเวณผิวอ่อนๆ เช่น ขอบตา, ข้างจมูก, มุมปาก
3. อาจทายาเพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกค่อยๆเพิ่มเวลาขึ้นช้าๆ จนไม่เกิดปัญหาการระคาย
4. หากผิวแห้งหรือระคายสามารถใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (nonacnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน (non comedogenic)ตามแพทย์แนะนำ


ที่มา รามาคลินิค   
 โดย เพ็ญพรรณ วัฒนไกร
พ.บ. ว.ว. (อายุรศาสตร์ ตจวิทยา)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

error: Content is protected !!