32 สุดยอดเทคนิคสำหรับผู้ใช้รถ

32 สุดยอดเทคนิคสำหรับผู้ใช้รถ

แม้ทุกวันนี้หลายท่านที่จะซื้อรถมักได้ยินคำแนะนำให้ซื้อรถใหม่มากกว่ารถมือสอง เพื่อขจัดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง และทำให้การดูแลรักษานั้นง่ายยิ่งขึ้น แต่ทว่าในปัจจุบันต้องยอมรับว่าหลายคนที่ใช้รถอยู่นั้นบางคนไม่รู้จักวิธีการดูแลรถเลยเว้นแต่การทำความสะอาดรถหรือล้างรถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้เราพบว่าในรถบางคันที่แลดูจะมีสภาพดีแต่เมื่อตรวจเช็คภายในแล้วสภาพเครื่องยนต์อาจไม่สู้ดีเท่าใดนัก ดังนั้นแล้วเราควรดูแลรถของเราทั้งภายนอกและภายในเพื่อยืดอายุการใช้งานและอยู่กับเราไปอีกนาน ตัวอย่างทั้ง 32 ข้อที่นำมาแนะนำในวันนี้อาจช่วยท่านได้ไม่มากก็น้อย ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากอ่านบทความนี้ท่านคงจะกลับไปใส่ใจกับการดูแลรถยนต์มากยิ่งขึ้น

1. จอดรถในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
2. ไม่ควรจอดตากแดดจัด
3. ไม่ควรจอดตากนำค้าง ถ้าจอดควรเช็ดให้แห้งก่อนออกแดด สีจะได้ไม่แตกลายงา
4. เวลาลุยนำควรใช้นำฉีดล้างก่อนที่จะแห้งหรือแห้งแล้วก็ได้ รถจะได้ไม่ผุ ทางที่ดีควรล้างอัดฉีดเลย
5. ไม่ควรลุยนำที่นำทะเลหนุน จะทำให้รถผุเร็วขึ้น
6. ตรวจนำยาพ่นกันสนิมทุก 6 เดือน/ครั้ง
7. พ่นกันสนิมทุกๆ 5-8 ปี/ครั้ง
8. หาผ้ามาคลุมรถบ้างจะได้ไม่มีฝุ่นมาเกาะหนาไม่โดนขี้นกและแสงแดด หากโดนขี้นกควรเช็ดออกโดยเร็ว ขี้นกเป็นกรดครับ
9. ก่อนคลุมต้องแน่ใจว่ารถเลอะมาไม่เปียกชื้น ราจะได้ไม่ถามหา
10. ขัดเคลือบสีบ้าง เพื่อความเงางามและทนทาน
11. ใช้นำยาล้างดีสักนิด ไม่ต้องถึงกับแพงมาก ไม่มีส่วนผสมของกรดหรือด่างมากเกินไป
12. ใช้นำจากสายยางล้างรถไม่ใช่ปืนฉีดอัดแรง ยกเว้นช่วงล่าง สีและยางจะได้ไม่พังเร็ว
13. ฟองนำที่ล้างรถควรเป็นคนละก้อนกับที่ล้างช่วงล่างและชายล่าง เพราะมันมีเศษหินดินทรายติดอยู่ เดี๋ยวรถเป็นรอย
14. ก่อนเก็บรถควรเช็ดให้แห้ง ไม่ก็วิ่งตากลมสักพัก ไม่ควรจอดตากแดดจัดให้แห้งเลย
15. ล้างรถบ้างไม่ใช่ขับอย่างเดียว ถ้ามีฝุ่นหนาให้เอานำฉีดให้นิ่มก่อนค่อยล้าง เวลาล้างอย่าให้รถแห้งจะเป็นคราบ
16. อย่าล้างด้วยเครื่องอัตโนมัติรถจะเป็นรอยมาก
17. อย่าวางสิ่งของหรือเอกสารบนตัวรถ รถเป็นรอยครับ
18. ดูดฝุ่นรถบ่อยๆ จะได้ไม่เป็นภูมิแพ้ แอร์ไม่ตันเร็ว อีกอย่างรถสะอาดน่านั่งครับ
19. ล้างแอร์ 1-2 ปี/ครั้ง ถอดล้างครับ
20. เติมนำยาแอร์ปีละครั้ง นำมันคอมด้วยก็ดี
21. หมั่นตรวจไดเออแอร์ ว่ามีฟองอากาศหรือไม่ ถ้ามีรีบเติมนำยาครับ
22. ล้างหม้อน้ำอย่างน้อยปีละครั้ง เติมน้ำอาทิตย์ละครั้ง เติมน้ำยาหล่อเย็น 3-6 เดือนครั้ง
23. แบตควรตรวจดูน้ำกลั่นทุกๆอาทิตย์ ถ้าขี้เกียจดูก็ใช้แบตแห้งไปเลยครับ
24. ตรวจลมยางอาทิตย์ละครั้ง ดูพวกน้ำมันต่างๆ ด้วยครับ
25. ตั้งศูนย์ช่วงล่างเช็คช่วงล่างอย่างน้อยทุก 3-6 เดือน/ครั้ง
26. เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องทุกครั้งที่ถ่ายนำมัน 5000-10,000 กิโลเมตร
27. เป่าไส้กรองอากาศทุกอาทิตย์ หรือทุกครั้งที่ถ่ายนำมันเครื่องเป็นอย่างน้อย
28. เปลี่ยนไส้กรองอากาศอย่างน้อยทุกๆ 100,000 กิโลเมตร
29. เปลี่ยนกรองน้ำมันเบนซินทุกๆ 100,000 กิโลเมตร จริงๆตามคู่มือทุกๆ 30,000-50,000
30. เปลี่ยนสายพานไทม์มิ่งทุกๆ 100,000 กิโลเมตร สายพานอื่นดูตามสภาพครับ
31. เปลี่ยนยางทุก 2-3 ปีแล้วแต่การวิ่งเพราะจริงๆ อายุของมันไม่เกิน 3 ปีก็เสื่อมสภาพแล้ว
32. เปลี่ยนฟิล์มกรองแสงเมื่อหมดอายุ เป็นฟอง ร่อน ซีด ม่วง แดง เพื่อป้องกันแสงแดดสำหรับท่าน

โดย สมคิด เรียบเรียง

ที่มาบทความจาก :http://www.metro-society.com/index.php?c=221&cateid=51
ภาพประกอบบทความ : http://www.duncar.ran4u.com

ที่มา :  www.thaicarlive.com

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพนักศึกษาเข้าใหม่

ที่มา 

http://www.ra.mahidol.ac.th/mr/doc/mr_guideline.pdf  

ระบบลงทะเบียนทำบัตรผู้ป่วยใหม่สำหรับนักศึกษาใหม่ ผ่านระบบออนไลน์นี้เป็นการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเข้ารับการตรวจสุขภาพนักศึกษาที่เข้าใหม่ 
การพัฒนาขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับการให้บริการนักศึกษาซึ่งในแต่ละภาคเรียนมีหลายคณะฯ และมีผู้ที่เข้ารับการตรวจเป็นจำนวนมาก  
เพื่อเป็นการลดขึ้นตอนและการเดินทางเพื่อติดต่อ สำหรับนักศึกษาที่อยู่ห่างไกลให้สามารถลดระยะเวลาลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง คณะแพทย์ศาสตร์จึงได้จัด คณะทำงานเพื่อตรวจสุขภาพนักศึกษาใหม่ นำโดยรศ.วินัย วนานุกูล และ หน่วยสวัสดิการสุขภาพรามาธิบดีจึงได้ริเริ่มแนวทางเพื่อลดขึ้นตอนโดยเลือกใช้ระบบออนไลน์ และมอบหมายให้งานเวชระเบียน โดยหน่วยเวชระเบียนผู้ป่วยใหม่ร่วมกันหาแนวทางเพื่อบริการ และพัฒนาระบบ ผ่านเว็บไซท์ จึงเป็นที่มาของระบบเวชระเบียนออนไลน์
วิธิการและขั้นตอนการใช้บริการ ผ่านระบบออนไลน์

1. เข้าเว็บไซต์ของงานเวชระเบียน ทาง http://www.ra.mahido.ac.th/mr
ภาพ2
2. เลือกเมนู “เวชระเบียนนักศึกษาใหม่”
    2.1 กรณีเคยมีเวชระเบียน (เคยมีประวัติเก่าที่ไม่ขาดการติดต่อเกิน 5ปี )
    2.2 ทำเวชระเบียนนักศึกษาใหม่ (กรอกแบบฟอร์มทำบัตรใหม่ กรณียังไม่เคยมีประวัติ)
    2.3 ตรวจสอบผลการลงทะเบียน (ตรวจสอบข้อมูลหลังส่งข้อมูลแล้ว)
ภาพ3
ภาพ4 ขั้นตอนลงทะเบียนเพื่อเข้าตรวจสุขภาพสำหรับผู้ที่มีประวัติเดิม

ภาพ5 กรอกข้อมูลทำประวัตใหม่ ด้วยเลขที่บัตรประชาชน

ภาพ6 เลือกหลักสูตร

ภาพ7  กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 

เมื่อกรอกครบแถวแล้ว ให้บันทึกและส่ง

หมายเหตุ กรณีพบหน้าปิดบริการ หมายถึง งานเวชระเบียนยังไม่เปิดให้ลงเบียน 
ภาพ8

1. นักศึกษาที่ลงทะเบียนทำเวชระเบียนมาแล้ว เตรียมใบ  print out* (ที่มีเลข HN)และบัตรประชาชน ไปติดต่อเพื่อชำระเงิน รับเอกสารและบัตรคิว ตามช่องทางที่กำหนดให้  
ในรายที่ไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน ติดต่อทำเวชระเบียนที่งานเวชระเบียนก่อน
2. นักศึกษาตรวจสอบเอกสาร  เซ็นชื่อในเวชระเบียน ชำระเงิน **
 ได้รับบัตรคิว เอกสารการตรวจสุขภาพ แฟ้มเวชระเบียน และบัตรประจำตัวโรงพยาบาล 
หลังลงทะเบียนทำเวชระเบียนทาง webแล้ว ในวันทำการปกติ ใช้เวลาประมาณ 3-10 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาล นักศึกษาจึงค่อย  print out ข้อมูลที่มีเลข HN มาติดต่อวันตรวจสุขภาพ
** ค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท +ค่าเจาะเลือด 300 -600 บาท (ผู้ที่ไม่มีหลักฐานการตรวจภูมิคุ้มกันโรค และฉีดวัคซีนของโรคตับอักเสบ บี 300 และโรคอีสุกอีใส 300 ) 
ยกเว้นคณะทันตแพทย์และคณะเภสัชศาสตร์ค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท  (ไม่ต้องตรวจเลือด) 
***คณะทันตแพทย์และคณะเภสัชศาสตร์ แบ่งคิวเข้ารับบริการเป็น 2  กลุ่ม

8 พ.ค.

โครงการเบิกจ่ายตรง

 

โครงการเบิกจ่ายตรง

ผู้มีสิทธิ
ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล คือ ผู้ป่วยที่มีสถานะเป็น
– ข้าราชการ
– ลูกจ้างประจำ
– ผู้รับเบี้ยหวัด/บำนาญ ที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
– รวมบุคคลในครอบครัวของบุคคลดังกล่าวข้างต้น (บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร 3 คน) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานองค์กรภาครัฐอื่น ๆ


เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบจ่ายตรงสำหรับผู้ป่วยนอก
1. บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
2. บัตรประจำตัวผู้ป่วย (กรณียังไม่เคยมีบัตรโรงพยาบาล ติดต่อขอลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใหม่ได้ที่ ช่องหมายเลข 6 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน อาคาร 1 หรือ ช่องหมายเลข 4 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา
07.00-15.00 น.)
3. สำหรับครอบครัวของผู้มีสิทธิ์ที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  ใช้สูติบัตร/ทะเบียนบ้าน/บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)

สถานที่รับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ
1. ช่องหมายเลข 1-3 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคาร 1 ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร. 0-2201-1120
2. ช่องหมายเลข 6 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร 0-2200-4013-15

ขั้นตอนการลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ
1. ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ในการสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง พร้อมยื่นบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) และบัตรโรงพยาบาล
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิจากฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
พบชื่อ – เจ้าหน้าที่พิมพ์ใบสมัคร
ไม่พบชื่อ – ผู้ป่วยต้องกลับไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ แล้ว จึงจะทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้
3. เจ้าหน้าที่เรียกชื่อผู้ป่วยรับใบสมัคร เพื่อกรอกข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์  พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัคร และผู้รับยาแทน
(ถ้ามี) ลงในใบสมัคร และนำใบสมัครไปชำระเงินค่าลงทะเบียน 50 บาท ที่การเงิน
4. ผู้ป่วยคืนใบสมัครให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของข้อมูล และบันทึกข้อมูลลงในระบบ ก่อนเรียกชื่อผู้ป่วย  เพื่อสแกนลายนิ้วมือให้ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี)
5. ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี) สแกนลายนิ้วมือ เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
6. ผู้ป่วยรับบัตรโรงพยาบาล และบัตรประจำตัวประชาชนคืนจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังคำแนะนำใช้สิทธิจากเจ้าหน้าที่
7. ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้หลังจากลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือแล้วประมาณ 15-20 วัน

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
1. ติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่  เพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ ถูกต้อง
2. กรณีผู้ป่วยเป็นผู้อาศัยสิทธิ จะต้องแจ้งผู้มีสิทธิให้ไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อดำเนินการตามข้อ 1
3. หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ ถูกต้องแล้ว จึงจะสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ในสถานพยาบาลของทางราชการได้ทุกแห่ง
4. กรมบัญชีกลางจะปรับปรุงข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วทุก 15 วัน (วันที่ 4 และ 18 ของเดือน)

ข้อควรทราบ
1. ผู้มีสิทธิสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 1 โรงพยาบาล โดยไม่จำกัดโรงพยาบาลที่จะสมัคร
2. ข้าราชการที่ไปทำงาน Part-Time ทำให้มีสิทธิประกันสังคมด้วย จะเกิดสิทธิซ้ำซ้อน ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ได้ ส่วนบุคคลในครอบครัวยังสามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาจากทางราชการได้โดยไม่ถูกระงับสิทธิ
3. กรณีผู้ป่วยในที่มีฐานข้อมูลสมบูรณ์แล้ว ผู้มีสิทธิ์ไม่ต้องขอหนังสือจากต้นสังกัด สามารถติดต่อได้ที่หน่วยลงทะเบียนผู้ป่วยใน ชั้น 1 อาคาร 4

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
งานเวชระเบียน โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร. 0-2201-1120, 0-2200-4013-15  ทุกวันราชการระหว่างเวลา 07.00-15.00 น.
กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (กสพ.) กรมบัญชีกลาง
โทร. 0-2127-7000 ต่อ 4100  Website : www.cgd.go.th
กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2224-4681 หรือ 0-2221-2141-69 ต่อ 1663

ที่มา http://www.ra.mahidol.ac.th

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ส่วนกลาง)

สำนักตรวจสอบการชดเชยและคุณภาพบริการ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 13 เขต

เขต 1 เชียงใหม่ เขต 2 พิษณุโลก เขต 3 นครสวรรค์ เขต 4 สระบุรี เขต 5 ราชบุรี
เขต 6 ระยอง เขต 7 ขอนแก่น เขต 8 อุดรธานี เขต 9 นครราชสีมา เขต 10 อุบลราชธานี
เขต 11 สุราษฏร์ธานี เขต 12 สงขลา เขต 13 กรุงเทพมหานคร สปสช.สาขาจังหวัด
มลูนิธิ/โครงการ

มูลนิธิมิตรภาพบำบัด
ข้อมูลสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุน
การสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
สำนักงานคณะกรรมการ
สุขภาพแห่งชาติ(สช.)

ลิงค์แนะนำ กรมบัญชีกลาง




Subscribe to RSS headline updates from:
Powered by FeedBurner

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

www.thaihealth.or.th/ 

พันธกิจการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. คือ “ส่งเสริม” “พัฒนา” และ “สนับสนุน” ให้คนไทยมีสุขภาพดี ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544.

Subscribe to RSS headline updates from:
Powered by FeedBurner

ลิงค์แนะนำสำนักงานประกันสังคม

กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
กรณีคลอดบุตร
กรณีทุพพลภาพ
กรณีเสียชีวิต
กรณีสงเคราะห์บุตร
กรณีชราภาพ
กรณีว่างงาน
ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(ม.39)
ผู้ประกันตนนอกระบบ(ม.40)
ตารางเปรียบเทียบสิทธิของผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39

เกี่ยวกับประกันสังคม

bullet เกี่ยวกับองค์กร1
bullet กฎหมายและความรู้งานประกันสังคม
bullet คำถามที่พบบ่อย
bullet ลิงค์

สิทธิประโยชน์

bullet กองทุนประกันสังคม
bullet กองทุนเงินทดแทน

กองทุนเงินทดแทน

ค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายจากการทำงาน
หลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน
ค่าทดแทนกรณีฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานภายหลังการประสบอันตราย
ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะบางส่วน
ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ติดต่อกันเกิน 3 วันขึ้นไป

ตรวจสอบข้อมูลประกันสังคม

bullet ข้อมูลทั่วไป
bullet สำหรับผู้ประกันตน
bullet สำหรับสถานประกอบการ
bullet สำหรับสถานพยาบาล

ข่าวสารและความเคลื่อนไหว

bullet ข่าวประชาสัมพันธ์
bullet ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง (ส่วนกลาง)
bullet รับสมัครบุคลากร
bullet วารสารประกันสังคม
bullet บทความประกันสังคม

บริการอิเล็กทรอนิกส์
 |
ข้อมูลสารสนเทศ

bullet ข้อมูลสถิติ
bullet รายงาน
bullet การลงทุนกองทุนประกันสังคม

ร้องเรียนร้องทุกข์

เอกสารแนะนำ – ตารางแพทย์ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษศัลยกรรมและกระดูก

Surgery & Orthopaedics Clinic
ศัลยกรรมและกระดูก
อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 4 โซน T
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
จันทร์-ศุกร์ 07.00-19.00 น. / เสาร์ 07.00-15.00 น. /
อาทิตย์ 08.00-12.00 น.

โทรศัพท์ 0 2200 4336 – 7

เพื่อความสะดวกของท่านผู้มาใช้บริการ
กรุณาโทรมาสอบถามและนัดหมายล่วงหน้า

ตรวจพรีเมี่ยมคลินิกโรงพยาบาลรามาธิบดี

เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วชระ เบียนพรีเมี่ยมคลินิก เปิดให้บริการสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการทำบัตรใหม่ เพื่อใช้ในการนัดหมายในพรีเมียมคลินิก สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีบัตร สามารถลงทะเบียนส่งข้อมูลทำเวชระเบียนผ่านหน้าเว็บงานเวชระเบียนได้แล้วโดย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ท่านสามารถลงทะเบียน ผ่านเว็บ งานเวชะเบียนคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาบดีได้ โดยเลือกเมนู “ลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่พรีเมี่ยมคลินิก”    เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ท่านสามารถตรวจสอบเลขที่เวชระเีบียนผ่านหน้าเว็บเพื่อใช้การแจ้งนัดหมายได้


หน่วยตรวจที่เปิด 

  • ศูนย์ตรวจสุขภาพ


  • ศูนย์จักษุ วิทยา


  • ศูนย์สุขภาพสตรี


  • ศูนย์ทันตกรรม


  • คลินิกพรีเมี่ยม อายุรกรรม


  • ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น


  • คลินิกพรีเมี่ยม หู คอ จมูก


  • คลินิกพรีเมี่ยมศัลยกรรมและกระดูก


  • ศูนย์ความเป็นเลิศเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

เอกสารแนะำนำ / ตารางแพทย์ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ ท่านสามารถโทรศัพท์
มานัดหมายล่วงหน้าได้ที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก
ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์
ขั้นตอนการรับบริการในวันที่นัดหมาย

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ ท่านสามารถโทรศัพท์
มานัดหมายล่วงหน้าได้ที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก
ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ โทร. 0-2200-4249-50

1. ยื่นบัตรนัด/บัตรโรงพยาบาลก่อนเวลานัด 10-15 นาที
2. ลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ Q3 พร้อมรับบัตรบริการ (Service Card)
3. นั่งรอเชิญเข้าชั่งน้ำาหนัก วัดความดัน
4. รอเชิญเข้าพบแพทย์ตามเวลาที่นัดหมาย
   (ลำาดับในการเข้าตรวจจะใกล้เคียงกับเวลานัด)
5. รับบัตรนัดหลังตรวจ ใบแจ้งค่ารักษา ใบสั่งยา ที่ี่เคาน์เตอร์ Q4
6. รอรับยา และ/หรือ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์
   และชำาระเงินที่การเงินชั้น 4

หน่วยตรวจที่เปิด 

  • ศูนย์ตรวจสุขภาพ


  • ศูนย์จักษุ วิทยา


  • ศูนย์สุขภาพสตรี


  • ศูนย์ทันตกรรม


  • คลินิกพรีเมี่ยม อายุรกรรม


  • ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น


  • คลินิกพรีเมี่ยม หู คอ จมูก


  • คลินิกพรีเมี่ยมศัลยกรรมและกระดูก


  • ศูนย์ความเป็นเลิศเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

เอกสารแนะนำ-ตารางแพทย์พรีเมี่ยม อายุรกรรม

การรับบริการ
–  เพื่อความสะดวกในการรับบริการ กรุณานัดหมายล่วงหน้า
–  กรณีผู้ป่วยใหม่ ที่ยังไมมีบัตรโรงพยาบาลสามารถโทรศัพท์

ตารางพบแพทย์ คลินิกพิเศษ ศูนย์สุขภาพสตรี

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ
กรุณานัดหมายล่วงหน้า ที่ศูนย์สุขภาพสตรีชั้น 3 โซนแอล (Zone L)
ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์

error: Content is protected !!