มิถุนายน 25, 2021

Where is Center

อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่

ยาเลื่อนประจำเดือน ช่วยได้อย่างไร

23 min read

ประจำเดือน นับเป็นกลไกธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่หลายๆ ครั้งก็ทำความลำบากให้กับผู้หญิง โดยเฉพาะในการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่างๆ จึงมีการใช้ Norethisterone ซึ่งเป็น ฮอร์โมน progesterone และมีการนำฮอร์โมนชนิดนี้มาใช้กำหนดวันมีประจำเดือน เพื่อช่วยในการเลื่อนประจำเดือนออกไป จากวันที่ประจำเดือนควรจะมา

ทำไมยาดังกล่าวถึงมีประสิทธิภาพทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไปได้?

ในช่วงก่อนการมีประจำเดือนระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายจะลดลง ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีการหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน ดังนั้นยาเลื่อนประจำเดือน จึงมีประสิทธิภาพทำให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสโตโรนในร่างกายผู้หญิงไม่ลดลง การมีรอบเดือนจึงถูกเลื่อนออกไป

นอกจากนี้ยาเลื่อนประจำเดือนโดยทั่วไป อาจใช้เป็นยาคุมกำเนิดแบบธรรมดาได้ แต่ไม่นิยมใช้ป้องกันการมีบุตร เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อร่างกายมากกว่า เนื่องจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เลือดออกกะปริบกะปรอย รอบเดือนแปรปรวน จึงไม่แนะนำให้คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้

บางคนเมื่อกินยาเข้าไปแล้ว อาจมีอาการคลื่นไส้ คัดตึงเต้านม อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นบางเวลาก็เป็นได้ ส่วนผลข้างเคียงอย่างอื่นไม่มีอะไรน่ากลัว ถือว่ามีความปลอดภัย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น ควรจะใช้ลักษณะชั่วครั้งชั่วคราว ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

วิธีกินยาเลื่อนประจำเดือน

สิ่งที่คุณผู้หญิงควรจะต้องรู้ไว้ก่อนคือ เก็บข้อมูลรอบระยะเวลาประจำเดือนที่เคยมีครั้งล่าสุด ให้แม่นยำและถูกต้องมากที่สุด อย่าเดาหรือใช้ความรู้สึก เภสัชกรที่ร้านเค้าจะช่วยคุณให้คำแนะนำในการใช้ยาได้ผล ยาที่เลือกใช้ในการเลื่อนประจำเดือนมีอะไรบ้าง

ยาเลื่อนประจำเดือนชนิด ฮอร์โมน norethisterone กินอย่างไร?

โดยทั่วๆไป ยาสุดฮิตที่คุณสาวๆ มักนึกได้และเลือกใช้ในการเลื่อนประจำเดือน ก้อคือ ยา Primolut-N ซี่งองค์ประกอบในเม็ดยาก้อเป็นฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน

วิธีกิน

ให้เริ่มกินประมาณ 2-3 วัน (เป็นอย่างน้อย) ก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา โดยให้กินครั้งละ 1 เม็ด

* หากน้ำหนักตัวต่ำกว่า < 60 กิโลกรัม จะรับประทาน 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง

* หากน้ำหนักตัวมากกว่า > 60 กิโลกรัม จะรับประทาน 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

และกินไปอย่างนี้ ทุกวันๆ จนวันสุดท้ายของการท่องเที่ยว พอหยุดยา 2-5 วัน ประจำเดือนก็จะมาเหมือนปกติ ซึ่งแล้วแต่สภาพร่างกายคุณผู้หญิง

ยาในกลุ่มนี้มีอีกหลายยี่ห้อ เช่น Provera หรือ Duphaston คุณสมบัติและวิธีการกิน ก็เหมือน Primolut-N ข้อดีของยาตัวนี้ คือใส่ปริมาณฮอรืโมนมาน้อยๆ ทำให้ต้องกินบ่อย ๆ แต่ช่วยให้ผลข้างเคียงที่อาจตามมาน้อยลงไปด้วย ผลรุนแรงไม่ค่อยมี แต่คุณผู้หญิงบางท่าน อาจจะ “รู้สึก” ท้องอืด ตัวบวมๆได้ อาการที่ว่าจะหายไปเมื่อมีประจำเดือนมา

ไม่ควรรับประทานนานเกิน 10-14 วัน เนื่องจากจะทำให้รอบเดือนมาผิดปกติ เลือดออกกระปิดกระปรอย เจ็บคัดเต้านม ซึมเศร้า ปวดศีรษะได้ เป็นต้น

เมื่อหยุดยา 2-5 วัน ประจำเดือนจะมาตามปกติ ในกรณีที่ต้องการเลื่อนประจำเดือนมากกว่า 14 วัน หรือนานกว่านั้นควรหันไปใช้วิธีอื่นๆ

ถ้าใช้ยาคุมกำเนิดทั่วๆไป กินอย่างไร?

ไปร้านยาที่มีเภสัชกร ขอคำปรึกษา คุณจะได้รับเลือกให้ใช้ยาที่มีฮอร์โมน 2 ชนิด (combined pills) แบบ 21 เม็ดจะเหมาะสมกว่า โดยฮอร์โมนสูตรผสม ซึ่งมีทั้ง Estrogen และ progesterone จะสามารถเลื่อนประจำเดือนโดยมีหลักการคือ ฮอร์โมนทั้ง 2 จะไปรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้คล้ายกับ ระดับฮอร์โมนในร่างกายก่อนมีประจำเดือน จนกระทั่งเมื่อหยุดทานยา ระดับฮอร์โมนจะลดต่ำลงทำให้เข้าสู่ภาวะรอบเดือน

โดยวิธีการใช้ยาคุมสูตรผสมในการเลื่อนประจำเดือน คือ

ให้ทานก่อนประจำเดือนมา 7 วัน โดยทานวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนนอน หรือถ้าใกล้ถึงวันที่ประจำเดือนมา ให้ทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด โดยทานในช่วงเช้า และเย็น หลังอาหาร

สำหรับในผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอยู่แล้วต้องการเลื่อนประจำเดือน จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี

– กรณีที่ 1 ทานยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด เมื่อทานยาคุมจนหมดแผง สามารถทานแผงต่อไปได้เลยไม่ต้องหยุดยาจะทำให้ สามารถเลื่อนประจำเดือนได้

– กรณีที่ 2 ทานยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด เมื่อทานยาคุมไป 21 เม็ดแล้ว จะเหลือยาอยู่ 7 เม็ด ให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ ได้เลยโดยไม่ต้องรับประทาน 7 เม็ดที่เหลือในแผงเดิม เนื่องจากยา 7 เม็ดที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน และใน ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว และใช้ยังทานยาคุมกำเนิดเพื่อเลื่อนประจำเดือนสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ และเมื่อหยุดทานยาปะจำเดือนจะมาตามปกติ ในอีกประมาณ 2-3 วัน

การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนในกรณีต่างๆ

– การใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ในหญิงตั้งครรภ์ มีผลทารกในครรภ์มีโคโมโซมที่ผิดปกติเป็นผลให้ทารกในครรภ์พิการได้ หรือ จะทำให้เกิดการแท้งได้

– การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนในหญิงให้นมบุตร เมื่อใช้นานเกิดไป จะทำให้เกิดอาการเจ็บคัดเต้านม,เต้านมโต

– การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อป้องกันการต้องครรภ์ โดย norethisterone จะออกฤทธิ์ ทำให้เมือกบริเวณช่องคลอดเหนียวข้น ทำให้เมื่อมีเพศสัมพันธ์ อสุจิเคลื่อนที่ไปผสมกับไข่ได้ยาก และทำให้ผนังมดลูกไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การทานยาเลื่อนประจำเดือน เป็นการทานในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่ดีเท่าการใช้ยาคุมกำเนิดโดยตรง

ดังนั้น หากต้องการเลื่อนประจำเดือนและหวังผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วย ควรจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมแทน นอกจากนี้บางครั้งมี ผู้นำยาเลื่อนประจำเดือนมาใช้ในการเลื่อนประจำเดือนออกไป ซึ่งจะให้ผลไม่แน่นอนและยังอาจมีผลเสีย เนื่องจากทำให้รอบประเดือนผิดปกติ และเกิดเลือดออกกระปริบกระปรอย และยังเกิดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า น้ำหนักเพิ่ม ตามมาในที่สุด

มีเซ็กส์ในช่วงกินยาเลื่อนประจำเดือนเสี่ยงท้องไหม?

ในกรณีที่คุณผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่กินยาเลื่อนประจำเดือน ถึงแมันว่าโอกาสการตั้งครรภ์จะมีน้อย แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรใช้ถุงยางอนามัยป้องกันด้วยจะเป็นการดี เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความสุ่มเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

หากต้องการเลื่อนประจำเดือนและคุมกำเนิด การทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด กินโดยไม่ต้องเว้นหรือหยุดยา จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และเลื่อนประจำเดือนได้ไปพร้อมกัน แต่ถ้าเลือกกินยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด เมื่อทานยาคุมไป 21 เม็ดแล้ว ให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องรับประทาน 7 เม็ดที่เหลือในแผงเดิม เนื่องจากยา 7 เม็ดที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน และในผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อหยุดทานยาปะจำเดือนจะมาตามปกติในอีกประมาณ 2-3 วัน

แล้วเมื่อไหร่ ประจำเดือนจะมา

โดยทั่วไปแล้ว พอหยุดกินยาแล้ว ประจำเดือนมักจะมาภายในประมาณ 2-3 วันต่อจากนั้น แต่ในหลายราย หลังกินยาเลื่อนประจำเดือน อาจทำให้รอบประจำเดือนในรอบต่อไปๆ เปลี่ยนแปลงไปจากรอบปกติ อาจทำให้เลือดประจำเดือนไหลออกมากะปริดกะปรอยได้ ซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด

ถ้าระหว่างมีประจำเดือนอยู่แล้ว กินยาจะเลื่อนออกไปได้หรือไม่

หากมีการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกเป็นประจำเดือนแล้วจะไม่สามารถใช้ยาหยุดประจำเดือนได้

ขอบคุณข้อมูล : สสส. / health.kapook.com / เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล / oknation.net/blog/DIVING

You may have missed