Where is Center

อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่

สถานตากอากาศบางปู

25 min read

บางปู หรือ สถานตากอากาศบางปู ในชื่ออย่างเป็นทางการ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย บางปูได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2480 ตามดำริของ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 639 ไร่

ต่อมาจึงได้สร้างสะพานขึ้นมา ชื่อ “สะพานสุขตา” สะพานสุขตาถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของสถานพักผ่อนตากอากาศแห่งนี้ ซึ่งในเวลาต่อมาสะพานสุขตา ได้มีการสร้างเป็นอาคารขึ้นมาในปลายสะพาน ในชื่อ “ศาลาสุขใจ” ปัจจุบันเป็นร้านอาหาร และเป็นที่นัดพบของผู้สูงอายุ สำหรับกิจกรรมเต้นลีลาศ ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.

สถานตากอากาศบางปูตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 37 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จึงทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ได้รับความนิยมอย่างมากของวัยรุ่น คนหนุ่มสาวในยุคก่อนพุทธทศวรรษ 2500 นอกจากนี้แล้ว บางปูยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวและดูนกที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวล ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี โดยมีจำนวนนกไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัวในแต่ละปี และมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดที่อาศัยอยู่ ณ ที่นี่

สถานตากอากาศบางปู

ในปัจจุบันบริหารจัดการโดยมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(ประเทศไทย) – FEED

วัตถุประสงค์
แบ่งออกเป็น 3 ประการ ได้แก่

เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 72 พรรษา แห่งองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน โดยมีเป้าหมายคือการอนุรักษ์ป่าดั้งเดิมและเพิ่มพื้นที่ป่า (ชายเลน) ใหม่ในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน
การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียนและผู้ที่สนใจทั่วไป โดยเฉพาะนักเรียนที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่อื่นๆ ใกล้เคียง
จากพื้นที่ 639 ไร่ ของพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยาอันอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์ไม้เด่น อาทิเช่น แสมทะเล แสมขาว เป็นต้น ยังประกอบไปด้วยระบบนิเวศหาดโคลนที่มีสัตว์หน้าดินกว่า 70 ชนิด รวมถึงนกชนิดต่าง ๆ กว่า 200 ชนิด และในช่วงฤดูหนาวยังเป็นที่หยุดพักหาอาหารของนกชายเลนอพยพที่โดดเด่น คือ นกนางนวลธรรมดา ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของบางปู

นอกจากนั้น ศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการเข้าร่วมภาคีความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์นกน้ำอพยพและการใช้ประโยชน์ถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในเส้นทางอพยพเอเชียตะวันออก – ออสเตรเลีย (Partnership for the Conversation of Migratory Waterbirds and the Sustainable use of their Habitat in the East Asian – Australasian Flyway) นับได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญระดับโลกและเป็นมรดกธรรมชาติของจังหวัดสมุทรปราการที่สำคัญ และยังช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ลดความรุนแรงของพายุ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ใกล้เมืองที่มีความน่าสนใจในด้านการศึกษาถึงคุณค่าและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ

ดังนั้นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนและชุมชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เห็นคุณค่าและความสำคัญดังกล่าว โดยศูนย์ศึกษาฯ ได้เน้นกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาและใช้หลักสูตรแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ตั้งแต่ภาคทฤษฎี(ห้องเรียนในโรงเรียน) สู่ภาคปฏิบัติ(ห้องเรียนธรรมชาติ) ที่เหมาะกับบริบทในชั้นเรียน โดยอาศัยสภาพธรรมชาติเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและนำไปสู่การเรียนรู้ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันได้ให้บริการกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ด้วยหลักสูตรที่แตกต่างกันภายในระยะเวลา 3 – 6 ชั่วโมง หรือจัดในรูปแบบของค่ายเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 คืน 2 วัน หรือ 2 คืน 3 วัน โดยจำนวนต่อกลุ่มไม่เกิน 50 – 60 คน เท่านั้น โดยมีหลักสูตรดังนี้

หลักสูตรการเรียนรู้
ระดับอนุบาล เปิดโลกการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมศึกษาธรรมชาติในแง่มุมศิลปะ ทดลอง สังเกตชีวิตของสัตว์ประจำป่าชายเลนที่น่าสนใจ เช่น ปู ปลาตีน และนก สู่การถ่ายทอดเรื่องราวธรรมชาติผ่านผลงานของเด็ก ๆ

ระดับประถมศึกษาตอนต้น การเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในบางปู (ทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่น) การฝึกจำแนกสิ่งมีชีวิตกลุ่มพันธุ์ไม้ นก สัตว์หน้าดิน และปลาตีน ด้วยโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย จำแนกโครงสร้างหลักของพันธุ์ไม้ชายเลน จำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

ระดับมัธยมศึกษา มีหน่วยการเรียนรู้ย่อย 4 หน่วย ตามองค์ประกอบทางนิเวศวิทยาของพื้นที่ ดังนี้

พันธุ์ไม้ในพื้นที่ชุ่มน้ำบางปู เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลนและพันธุ์ไม้ ชนิดพันธุ์ไม้เด่น ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต การปรับตัว ประโยชน์และคุณค่าของระบบนิเวศป่าชายเลน ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริงในพื้นที่แปลงสาธิต
นก นกน้ำ และนกนางนวลในบางปู ความรู้พื้นฐานด้านปักษีวิทยา พฤติกรรม การอพยพของนก ชนิดนกเด่นที่บางปู การฝึกจำแนกนกนางนวล นกอพยพ และนกประจำถิ่น พร้อมฝึกปฏิบัติจริงภายในหอดูนก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ระบบนิเวศชายฝั่ง – หาดโคลนและโลกของสัตว์หน้าดิน ศึกษาระบบนิเวศชายฝั่งและระบบนิเวศหาดโคลน ความสัมพันธ์จากต้นน้ำ ผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำบางปู สู่การเกิด ความสำคัญของหาดโคลน ศึกษาโครงสร้าง และฝึกจำแนกชนิดพันธุ์สัตว์หน้าดินที่สำรวจพบ พร้อมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำบางปู ศึกษาความหมายของคำว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” สำรวจ วิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ทั้งด้านระบบนิเวศ ชนิดพันธุ์ และพันธุกรรม เน้นการเรียนรู้แบบองค์รวมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ในระบบนิเวศ
หลักสูตรค่ายนักเรียนบูรณาการ เรียนรู้สิ่งแวดล้อม ทักษะทางสังคม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษจากความร่วมมือระหว่างสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และ WWF ประเทศไทย โดยเน้น 3 เรื่องหลัก คือ สิ่งแวดล้อม ทักษะทางสังคม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการทดลองใช้หลักสูตรมาแล้วทั่วประเทศ (5 ภูมิภาค)

หลักสูตรบุคคลทั่วไป เน้นการเรียนรู้ในภาพรวมของพื้นที่ชุ่มน้ำบางปู การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ พัฒนาพื้นที่ อาทิ การปลูกป่าชายเลน การเพาะชำกล้าไม้ การรักษาความสะอาดพื้นที่ธรรมชาติ และการปรับพื้นที่อยู่อาศัยของนก เป็นต้น

หลักสูตรพิเศษ สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ หลักสูตรนี้เป็นการปรับเนื้อหาการเรียนรู้รวมถึงเงื่อนไขพิเศษต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มารับบริการ โดยยังคงเนื้อหาหลักด้านการสำรวจระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำบางปู

โดยกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวผู้ที่เข้าเรียนจะต้องได้ร่วมคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมให้มากที่สุด ทั้งนี้นับจากได้เริ่มให้บริการด้านการศึกษาตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 มีนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆและบุคคลทั่วไปเข้ามาใช้บริการประมาณ 250 หน่วยงาน รวมผู้ใช้บริการกว่า 48,000 คน นอกจากนั้นทางศูนย์ศึกษาฯ ยังได้จัดทำค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายนักเรียนบูรณาการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม ทักษะทางสังคม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการจัดทำกิจกรรม CSR ให้กับหน่วยงานเอกชน